“พี่ไปเที่ยวสิงคโปร์มา เดินช็อปปิ้งทั้งวันเลยค่ะ ห้างเยอะแยะเลยนะหมอ พี่ไปต่างประเทศบ่อยค่ะ”

ผมคิดในใจกับตัวเอง ผมก็ไปสิงคโปร์มา ๔-๕ ครั้งแล้ว แล้วก็ฟังมนุษย์ป้าเล่าต่อ

“ขากลับจากสิงคโปร์ นั่ง TG รู้สึกว่าเข่ามันตึงๆค่ะหมอ แต่ตอนนี้มันเริ่มปวดเวลาลุกยืนเดิน พอดีว่าพี่นั่งชั้น Business class (ชั้นธุรกิจ) เลยได้เหยียดเข่าบ้าง ไม่งั้นแย่เลย”

ขอบคุณครับที่ช่วยบอกรายละเอียด นั่งตรวจไป ฟังไป ก็เพลินดีนะครับ เกิดความรู้สึกสงสาร แต่ในใจก็อยากจะบอกป้าว่า “ดีออก รวยนะครับได้เที่ยวเยอะดี...”

ผมดูจากน้ำหนักตัวกับส่วนสูง ก็พอบอกได้ว่าคุณป้าน้ำหนักเกินไปพอสมควร ผมเลยซักมนุษย์ป้าต่อเลยว่า “พี่เคยมีอุบัติเหตุบริเวณเข่าหรือข้อเท้าไหม”

“ไม่มีค่ะ แต่มีปวดต้นคอ กับปวดหัวเรื้อรัง เมื่อ ๑๐ ปีก่อนเคยไปรักษาเรื่องไมเกรน...บลาๆๆๆๆ”

“ครับๆ” ผมต้องรีบเบรกป้า ก่อนจะร่ายยาวย้อนไป ๑๐ ปี ในส่วนที่ไม่เกี่ยวข้องกับอาการปวดเข่าครั้งนี้ ผมดูจากลักษณะภายนอกที่มีเข่าโก่งออก จากอาการปวดที่มักเป็นตอนลงน้ำหนัก และจากการตรวจร่างกาย ซึ่งพบว่ามีเสียงกร็อบแกร็บเวลาขยับข้อเข่า น่าจะวินิจฉัยได้เบื้องต้นว่า เป็นโรคข้อเข่าเสื่อม

“โรคข้อเข่าเสื่อมนี่ เข่ามันเสื่อมตามอายุที่มากขึ้นครับ แต่ก็มีปัจจัยหลายอย่างที่ทำให้เสื่อมไวก่อนกำหนด เช่น น้ำหนักตัวเกิน ขึ้นลงบันไดบ่อย นั่งคุกเข่าทับส้นเท้าบ่อย หรือเคยเกิดอุบัติเหตุในข้อเข่ามาก่อน เป็นต้น นอกจากนั้นอาจเกิดจากการออกกำลังกายบางอย่างที่ทำให้เกิดแรงกระแทกสูงต่อเข่า เช่น การกระโดดซ้ำๆ การวิ่งที่ใส่รองเท้าไม่มีตัวรับแรงกระแทกที่ดี การออกกำลังกายที่มีการลงน้ำหนักและบิดหัวเข่า...

อ้อ อีกอย่างหนึ่ง การเดินที่มากเกินไปจากที่เคยทำเป็นประจำ เช่น การช็อปปิ้งจนเพลินก็กระตุ้นให้อาการอักเสบของโรคข้อเข่าเสื่อมกำเริบได้นะครับป้า...เอ๊ยพี่”

“นอกจากไปเที่ยวบ่อยๆแล้ว พี่ออกกำลังกายบ้างไหมครับ” ผมถาม

“ก็นั่งแกว่งขาค่ะ แกว่งไปหน้าหลัง ๒ ข้างสลับกัน เคยมีคนสอน”

จริงๆแล้ว การแกว่งขาเป็นการช่วยเพิ่มพิสัยการเคลื่อนไหว แต่กล้ามเนื้อต้นขาและหลังเข่ายังอาจไม่ได้รับการพัฒนาความแข็งแรงเท่าที่ควร ดังนั้น ผมจึงสาธิตให้ป้าดูว่า ป้าสามารถออกกำลังกายข้อเข่าโดยการนั่งเหยียดเข่าช้าๆจนสุดให้ตรง ควรเหยียดเข่าทีละข้างเพื่อไม่ให้ปวดหลัง อาจใช้น้ำหนักถ่วงที่ข้อเท้าเพื่อเพิ่มแรงต้านตามที่แพทย์สั่ง ควรกระดกข้อเท้าขึ้นด้วยเวลาเหยียดเข่าตรงเพื่อยืดกล้ามเนื้อน่องไปด้วย และเพื่อเป็นการเพิ่มแรงต้านโดยใช้ความตึงของกล้ามเนื้อน่องช่วย

ส่วนอีกท่าหนึ่งก็คือ การยืนย่อเข่าลงเล็กน้อย ไม่ให้เข่างอเกิน ๓๐ องศา ค้างไว้สัก ๕ วินาทีแล้วจึงเหยียดเข่ายืนตรง ท่านี้จะฝึกทั้งกล้ามเนื้อต้นขาได้ดี และยังฝึกกล้ามเนื้อหลังเข่าได้บ้าง

“อย่างไรก็ตามก็ไม่ควรทำ ๒ ท่านี้ ถ้าข้อเข่ายังมีอาการปวดมากอยู่ พี่ต้องรับประทานยาแก้ปวด ประคบร้อนหรือเย็น ใส่ผ้ายืดหรือเฝือกอ่อนพยุงเข่า และลดกิจกรรมที่ใช้เข่า ในช่วงที่เข่าปวด บวม อักเสบ ช่วงแรก เมื่ออาการทุเลาแล้ว จึงค่อยๆเริ่มออกกำลังกายดังกล่าว”

ว่าแล้ว คุณป้าก็ทำ surprise

“พี่มีพวงกุญแจมาฝากค่ะ”

ป.ล. คิดเล่นๆ เฉยๆ น่าจะพูดประโยคนี้ตั้งแต่แรกนะครับ

จริงๆแล้วผมตรวจคนรวยเหมือนคนจน

ชื่อคอลัมน์: 
สภาพสุข สุขภาพ
ประเภทคอลัมน์: 
นิตยสาร: