เมื่อพ.ศ.๒๕๐๓ มีการจัดตั้งสภาสังคมสงเคราะห์ขึ้น สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ได้เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเป็นประธานการประชุมหลายครั้ง ทรงตระหนักว่าการสังคมสงเคราะห์มีความจำเป็น แต่พระองค์มีพระราชวิสัยทัศน์กว้างไกลคือมีพระราชประสงค์ที่จะพัฒนาการสังคม สงเคราะห์ โดยเปลี่ยนจากการ “ให้” หรือแจกจ่ายเป็นความพยายามที่จะให้ราษฎรสามารถช่วยตนเองได้ และยืนหยัดด้วยลำแข้งของตน ซึ่งเป็นการสงเคราะห์ที่ “ยั่งยืน” จึงพระราชทานแนวทางและวิธีการต่างๆ เพื่อให้ราษฎรอาศัยความรู้ความสามารถที่ราษฎรแต่ละท้องถิ่นมีอยู่แล้ว แต่ถูกทอดทิ้งละเลยและลืมให้กลับคืนนำมาใช้ประโยชน์ทั้งแก่ตนเองแก่ท้องถิ่น และแก่ประเทศชาติ

สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ยังพระราชทานพระบรมราชินูปถัมภ์แก่สมาคมและมูลนิธิเพื่อการสังคมสงเคราะห์ จำนวนมาก เช่น มูลนิธิช่วยเด็กปัญญาอ่อน มูลนิธิอนุเคราะห์คนหูหนวก มูลนิธิช่วยคนตาบอดแห่งประเทศไทย มูลนิธิโสสะแห่งประเทศไทย (เลี้ยงเด็กกำพร้า) สมาคมผู้บำเพ็ญประโยชน์แห่งประเทศไทย เป็นต้น ทรงส่งเสริมการปฏิบัติงานช่วยเหลือองค์กรการสังคมสงเคราะห์ เพื่อดำเนินงานการกุศล มีพระราชดำรัสว่า

“...เราจะมีความสุขแต่ลำพัง โดยไม่คำนึงถึงความเดือดร้อนของคนอีกหลายคนที่แวดล้อมเราอยู่นั้นไม่ได้ ผู้มีเมตตาจิตหวังประโยชน์ส่วนรวม ย่อมรู้จักแบ่งปันความสุขเพื่อผู้อื่น และพร้อมที่จะบรรเทาทุกข์ของผู้อื่นตามกำลังและโอกาสเสมอ...” (๒ มีนาคม ๒๕๑๐)

และ

“พระเจ้าอยู่หัวและข้าพเจ้ามิได้พึงพอใจกับเพียงแต่เยี่ยมเยียนราษฎร หรือทำแต่สิ่งที่เคยทำเป็นประเพณี เราต้องช่วยรัฐบาลส่งเสริมความเป็นอยู่ของประชาชนให้ดีขึ้น ดังนั้น การที่เพียงแต่ไปเยี่ยมเยียนราษฎร เพราะเป็นหน้าที่ของพระประมุขของประเทศที่จะต้องทำตามประเพณีนั้น เป็นเรื่องไร้สาระ หากเราไม่สามารถมีส่วนร่วมในการบรรเทาทุกข์ให้ประชาชนแล้ว เราต้องถือว่าการเป็นประมุขประสบความล้มเหลว...”

พระราชดำรัสดังนี้ แสดงถึงน้ำพระราชหฤทัยที่เปี่ยมด้วยพระเมตตาคุณที่จะทรงโอบอุ้มคุ้มครอง บรรเทาทุกข์แก่ราษฎรที่อาศัยร่มพระบารมี เปรียบเสมือน “แม่” เอื้ออาทรดูแลรัก “บุตรธิดา” เพื่อให้สามารถดำรงชีวิตเป็นสุขได้

ประเภทคอลัมน์: 
นิตยสาร: