วันเสาร์ที่ ๒๙ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๓๕ นายอานันท์ ปันยารชุน นายกรัฐมนตรีในขณะนั้นกราบบังคมทูลเชิญ สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดงาน " ปีสตรีไทย" ณ ทำเนียบรัฐบาล มีพระราชดำรัสเปิดงาน ดังนี้

"ข้าพเจ้ารู้สึกยินดีมากที่รัฐบาลมองเห็นความสำคัญของสตรีไทย จนถึงกับกำหนดให้ปีพุทธศักราช ๒๕๓๕ ที่ข้าพเจ้าจะมีอายุครบ ๕ รอบ เป็น ปีสตรีไทย

สตรีไทยได้ตระหนักดีในหน้าที่และความสำคัญของตน เป็นผู้รู้จักกาลเทศะมาตลอด มีความมั่นใจในตนเองจนสามารถให้ความสุขแก่ครอบครัวมาแต่ไหนแต่ไร ในยามปกติสุข ร่วมแรงร่วมใจกันประกอบกิจการงานอย่างแข็งขัน ช่วยทำไร่ ทำนา ประกอบอาชีพต่างๆ ยามบ้านเมืองได้รับความคับขันก็ได้สละความสุขร่วมออกรบเคียงบ่าเคียงไหล่กับบุรุษ ดังที่ทุกท่านได้ประจักษ์แล้วถึงวีรกรรมของวีรสตรีไทยหลายท่านที่ได้ฝากชื่อไว้ในประวัติศาสตร์

ปัจจุบันนี้ สตรีไทยได้รับการศึกษามากขึ้นและมีความจำเป็นทางเศรษฐกิจ ทำให้ต้องหารายได้ช่วยเหลือครอบครัว สตรีไทยจึงออกไปทำงานนอกบ้านและมีบทบาทในสังคมมากขึ้น แต่เมื่อกลับเข้าบ้านก็ยังทำหน้าที่เป็นแม่บ้าน เป็นภรรยาและเป็นมารดาที่ดีดุจเดิม

ข้าพเจ้าชื่นชมที่สตรีไทยสมัยนี้มีทั้งความสามารถ ความขยันขันแข็ง ความรับผิดชอบสูง พร้อมกับมีความอดทน อดกลั้น ซึ่งเป็นคุณสมบัติสำคัญของสตรีไทยมาแต่ดั้งเดิม ไทยมีเอกราชมาตลอดตราบเท่าทุกวันนี้ ก็เพราะว่าเราต้องมีอะไรอย่างพิเศษแน่ๆ และความพิเศษอย่างหนึ่งก็คือ การรู้จักเหตุ รู้จักผล รู้จักตน รู้จักประมาณของสตรีไทย ข้าพเจ้าขอให้กำลังใจสตรีไทยในการออกมาช่วยสร้างสรรค์สังคม ขณะเดียวกันก็ขอเตือนอย่าให้ลืมหน้าที่สำคัญแห่งความเป็นภรรยาและมารดาที่ดี

ในโอกาสนี้ ข้าพเจ้าขอเปิดงานปีสตรีไทย ขอให้งานนี้บรรลุผลสำเร็จตามวัตถุประสงค์ ซึ่งจะส่งผลสะท้อนอันดีงามกลับสู่ประเทศชาติ ขออวยพรให้ทุกท่านที่ร่วมปฏิบัติงานเพื่อปีสตรีไทย ประสบแต่ความสุขความสำเร็จโดยทั่วกัน"

ต่อมาในพิธีเปิดการประชุมใหญ่สามัญประจำปี ครั้งที่ ๒๙ ของสภาสตรีแห่งชาติในพระบรมราชินูปถัมภ์ เมื่อ ๒๙ มิถุนายน ๒๕๔๖ สมเด็จองค์อุปถัมภ์ได้พระราชทานสารเปิดการประชุม ความสำคัญว่า

"ประเทศชาติที่ร่มเย็นเป็นสุขจะต้องมีพื้นฐานมาจากชนในชาติที่มีความเมตตา เอื้ออารีต่อกัน และความมีน้ำใจไมตรีนี้ควรเริ่มปลูกฝังตั้งแต่เยาว์วัย พ่อแม่คือคนสำคัญที่สุดที่จะเป็นตัวอย่างในการทำความดี และปลูกฝังศีลธรรมให้เจริญงอกงามขึ้นในจิตใจของลูก

นี่คืองานสำคัญยิ่งที่ข้าพเจ้าขอฝากผ่านสภาสตรีแห่งชาติฯ ไปยังสตรีไทยทั้งมวล คือการอบรมลูกหลานไทยให้เป็นคนดี มีความเมตตาต่อเพื่อนมนุษย์ เพราะถ้าประชาชนตั้งมั่นอยู่ในศีลธรรมก็จะบังเกิดความสงบสุขและปลอดภัย ประเทศชาติก็จะเจริญมั่นคงอย่างถาวร"

พระราชดำรัสสำคัญองค์เต็มและโดยย่อหลายวาระที่เชิญมาเป็นตัวอย่างข้างต้นสะท้อนถึงน้ำพระราชหฤทัยของสมเด็จองค์อุปถัมภ์ที่ทรงตระหนักถึงภาระหน้าที่ของการสร้างเสริมคุณค่าชีวิตมนุษย์ที่ตกอยู่ในความรับผิดชอบของ "สองมือหญิง ควบคู่พร้อมคุณธรรมและสติปัญญา" คือทรงมุ่งมั่นที่จะเห็นสตรีไทยเป็นทรัพยากรบุคคลอันมีค่าในบริบทของสังคมไทยอย่างจริงจัง

ประเภทคอลัมน์: 
นิตยสาร: