ทั้งเฟซบุ๊คและไลน์ส่งเว็บไซต์ที่แสดงการแต่งกายของสาวสูงวัย เห็นแล้วทึ่งจริงๆ ประมาณว่าคงมีอายุมากกว่า ๗๐ ปีไปแล้ว ช่างมี "ไฟ" ในการคิดสร้างสรรค์ อีกทั้งกล้าใช้สีแรงๆ สื่อฝรั่งเศส ทั้งหนังสือพิมพ์และนิตยสารต่างพูดถึง ไอริส แอปเฟล (Iris Apfel) คุณย่าวัย ๙๔ ปีมาหลายปีแล้ว และยกเธอให้เป็น icon แฟชั่น

และสื่อนี่เองที่ทำให้ทราบว่าห้างสรรพสินค้าเลอ บง มาร์เช (Le Bon March?) จัดนิทรรศการ Iris in Paris จึงจำต้องไปดู ​ ไอริส แอปเฟล เป็นสาวอเมริกัน พ่อเป็นเจ้าของโรงงานผลิตแก้วและกระจก ส่วนแม่เป็นเจ้าของร้านขายเสื้อผ้า เธอจึงมีชีวิตที่ไม่ขัดสน และคลุกคลีกับแฟชั่นมาแต่เด็ก

เธอจบประวัติศาสตร์ศิลป์จากมหาวิทยาลัยนิวยอร์ก และเคยเรียนศิลปะที่มหาวิทยาลัยวิสคอนซินที่เมดิสัน เริ่มทำงานที่นิตยสาร Women's Wear Daily เคยทำงานกับมัณฑนากร เอลิเนอร์ จอห์นสัน (Elinor Johnson) และนักเขียนภาพประกอบ โรเบิร์ต กูดแมน (Robert Goodman) หลังแต่งงานกับ คาร์ล แอปเฟล (Carl Apfel) ไอริส และสามีร่วมกันตั้งบริษัทผ้า Old World Weavers ทำงานด้านดีไซน์และการตกแต่งภายใน

ระหว่างปี ๑๙๕๐-๑๙๙๒ ไอริสได้ตกแต่งภายในบางห้องในทำเนียบขาวให้ประธานาธิบดีถึง ๙ คน ตั้งแต่ แฮร์รี่ ทรูแมน (Harry Truman) จนถึง บิลล์ คลินตัน (Bill Clinton) ทั้งสองท่องเที่ยวไปทั่วเพื่อหาซื้อสินค้าเข้าบริษัท ไอริสชอบผ้าพื้นเมือง ผ้าเก่าและเครื่องประดับเป็นพิเศษ เธอจึงหาซื้อระหว่างการไปท่องเที่ยว เป็นสิ่งละอันพันละน้อยที่เธอนำประกอบขึ้นใหม่ ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้าหรือเครื่องประดับ เครื่องแต่งกายของเธอจึงแปลกตา และแตกต่างจากคนอื่น

​ ในปี ๒๐๐๕ The Costume Institute ของ Metropolitan Museum of Art ที่นิวยอร์กจัดนิทรรศการสไตล์การแต่งตัวของ ไอริส ชื่อ Rara Avis : The Irrelevant Iris Apfel เป็นนิทรรศการที่ประสบความสำเร็จ จนต้องไปจัดที่พิพิธภัณฑ์หลายแห่ง ความโดดเด่นของ ไอริส แอปเฟล คือยิ่งเมื่อเป็นหญิงสูงวัย แต่ยังคงมีความรักในการแต่งตัว ทำให้ Albert Maysles สร้างภาพยนตร์สารคดีเรื่อง Iris เพื่อฉายในเทศกาลภาพยนตร์ที่นิวยอร์กในเดือนตุลาคม ๒๐๑๔ เป็นสารคดีที่มีผู้คนกล่าวถึงมาก

ชื่อเสียงของ ไอริส แอปเฟล ยิ่งขจรขจาย เธอเคยเป็นแบบโฆษณาให้ Kate Spade เป็นนางแบบสูงวัยที่เป็นที่ต้องการ บง มาร์เช ทำวินโดว์ดิสเพลย์เป็นภาพวาดไอริสในเครื่องแต่งกายต่างๆ วาดโดย เอริก จีรีอาต์ (Eric Giriat) น่ารักมาก เอกลักษณ์ของไอริสคือแว่นตาขนาดใหญ่ กรอบกลม เห็นแว่นตากรอบกลมใหญ่ปั๊บ รู้ว่าเป็นไอริสทันที เพราะเป็นคนเดียวที่สวมแว่นตา oversize แบบไม่เกรงใจคนเห็น บง มาร์เช ปรับปรุงรูปลักษณ์ใหม่จนเดินงง วนไปวนมาราวกับเขาวงกต กลางห้างตั้งจอโทรทัศน์ใหญ่ พร้อมกับตู้กระจกเสื้อผ้าของไอริส

นิทรรศการนี้เป็นความร่วมมือระหว่างไอริสและห้างเลอ บง มาร์เช บง มาร์เช สัมภาษณ์ไอริสที่อพาร์ตเม้นต์ของเธอในนิวยอร์ก และจัดทำเป็นวิดีโอเพื่อฉายในนิทรรศการ Iris in Paris และเชิญเธอมาปารีสเพื่อร่วมเปิดงาน ในการสัมภาษณ์นี้ ไอริสพูดถึงการแต่งกายในโอกาสต่างๆในปารีส จึงเห็นไอริสในเครื่องแต่งกายในวาระต่างๆ เช่น ไอริสไปโอเปร่า ไอริสไปงานค็อกเทล ไอริสบน Bateaux Mouches ไอริสที่ตลาดของเก่า ไอริสไปชมแฟชั่น ไอริสนั่งดื่มกาแฟนอกร้าน...เป็นต้น ทั้งหมด ๑๐ ชุด

เห็นการแต่งตัวของไอริสแล้วบอกตนเองว่าไม่มีใครสามารถแต่งตัวได้อย่างนี้ เว่อร์อลังการอย่างที่เรียกได้ว่า excentric เสื้อโค้ทขนรุงรังสีกระดำกระด่าง เสื้อโค้ทหลากสีแต่งด้วยตุ๊กตุ่นตุ๊กตา เฟอร์พันคอสีแดงสด กางเกงยีนส์ที่มีปักลายต่างๆ เป็นต้น ที่ทำให้เว่อร์ยิ่งขึ้นคือเครื่องประดับ สร้อยคอสร้อยข้อมือเล็กๆไม่ใช่ไอริส สร้อยคอลูกปัดสีดำ สีแดง สีขาวขนาดใหญ่มาก สร้อยเม็ดเงินขนาดใหญ่ที่ซื้อจากจีน แล้วมาร้อยอย่างที่ชอบ เป็นสร้อยที่สวย แต่ก็คงหนักมากเช่นกัน

ที่ชอบที่สุดคือสร้อยอำพันเม็ดใหญ่หลายเส้น ซึ่งเธอคงซื้อมาจากแอฟริกาเหนือ ไอริสไม่เคยใส่สร้อยคอเส้นเดียวแม้จะมีขนาดใหญ่และน้ำหนักมาก ไม่เข้าใจว่าเธอสามารถทานน้ำหนักขนาดนั้นได้อย่างไร ใช่แต่เท่านั้น ไอริสชอบสวมกำไลด้วย ซึ่งก็มีขนาดใหญ่เช่นกัน ใส่หลายวงจนเต็มแขนทั้งสองข้าง นอกจากวิดีโอที่นำมาฉายให้ดูแล้ว ห้างบง มาร์เชยังนำเครื่องแต่งกายของไอริสทั้งสิบมาแสดงด้วย พร้อมทั้งเครื่องประดับ ล้วนเป็นสมบัติส่วนตัว เสื้อมีทั้งออกแบบเอง และของห้องเสื้อต่างๆ เช่น ราล์ฟ ลอเรน (Ralph Lauren) จัมบัตติสต้า วัลลี (Giambattista Valli) เบอร์เบอร์รี่ (Burberry) เป็นต้น

ในบทสัมภาษณ์นั้น ไอริสชื่นชมผลงานของ อัลเบอร์ เอลบัซ (Alber Elbaz) มาก ข้างเคียงนิทรรศการ บง มาร์เช จัดให้มีมุมขายสินค้าพิเศษที่อาจตอบสนองผู้ที่ต้องการแต่งกายเหมือนไอริส เช่น สร้อยลูกปัดเม็ดใหญ่ทำด้วยพอร์ซเลนสีแดง ดำ และขาว ผลงานของ มารีอง วิดาล (Marion Vidal) กำไลอันเป็นผลงานของ ลุก คีเฟอร์ (Luc Kieffer) แว่นตาจาก Selma Optique นอกจากนั้นยังมีสินค้าที่ระลึก เช่น สมุดบันทึกที่หน้าปกเป็นแว่นตาโต ร่มพลาสติกใสมีแว่นตาโตแปะไว้ กระเป๋าผ้ามีแว่นตาโต

​ You are not pretty and you'll never be pretty, but it doesn't matter. You have something much better. You have style. นั่นคือคำพูดของไอริส ​

คุณไม่ใช่คนสวย และไม่มีวันที่จะสวย แต่ไม่เป็นไร คุณมีอะไรที่ดีกว่านั้น

คุณมีสไตล์ ​

 

สไตล์ต้องสร้างเอง ไม่มีใครสร้างให้ได้ ต้องค้นคว้าด้วยตัวเอง ซึ่งไม่ใช่การแต่งตัวตามแฟชั่น หรือแต่งตัวเหมือนคนอื่น ไอริสรับไม่ได้ที่สาวสมัยนี้ แต่งตัวเหมือนกันหมด เช่น พอถึงหน้าหนาว ทุกคนต้องแต่งดำหมด รวมทั้งถุงน่องรองเท้า ความต่างของเธอคือการให้ความสำคัญกับส่วนประกอบแฟชั่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเครื่องประดับ ชุดเดียวกันหากเปลี่ยนเครื่องดับก็ไปงานกลางคืนได้ เงินซื้อสไตล์ไม่ได้ จึงไม่จำเป็นต้องซื้อของแพง

ชื่อคอลัมน์: 
C'est si bon!
ประเภทคอลัมน์: 
นิตยสาร: 
คอลัมนิสต์/นักเขียน: