แม้ว่าจะเป็นครั้งสุดท้าย... แต่บรรยากาศการถ่ายปกสุดท้ายของ “สกุลไทย” ก็เป็นไปอย่างสดชื่น ทีมงานมาถึง “วาระเวลาสถานที่ถ่ายทำ ก่อนเวลานัดหมายเช่นทุกครั้ง ขณะที่ นิษฐา จิรยั่งยืน หรือ มิว มาถึงตามเวลานัดหมายแต่เช้าตรู่ในชุดลำลองสบายๆ แว่นตาโตซ่อนความอ่อนล้าของดวงตาจากการทำงานหนักอย่างต่อเนื่อง เพราะ หนังเรื่องแรกในชีวิตของเธออย่าง แฟนเดย์ แฟนกันแค่วันเดียว ยังคงฉายใน โรงภาพยนตร์ ภารกิจของการโปรโมทจึงยังไม่จบสิ้น และแม้ว่าละครเพชรกลางไฟจะเพิ่งปิดกล้องไป แต่ละครฟอร์มใหญ่อย่าง รากนคราก็ยังคงเดินหน้า ไม่นับรวมการเป็นพรีเซ็นเตอร์ และแบรนด์แอมบาสเดอร์ รวมถึงงานอีเว้นท์ต่างๆ แต่ “มิว-นิษฐา จิรยั่งยืน” ก็ยังตอบรับอย่างยินดีที่จะมา ขึ้นปกให้นิตยสารสกุลไทย “มิวรู้สึกเป็นเกียรติมากๆที่ได้มาขึ้นปกสุดท้ายของนิตยสารสกุลไทย สกุลไทยเป็นนิตยสารที่มีประวัติการณ์ยาวนานมาก อายุมากกว่าพ่อแม่มิวเสียอีก เหมือนเป็นนิตยสารในตำนานเล่มหนึ่งของวงการ เราดีใจ แต่ขณะเดียวกันก็มี ความหวิวๆเสียดาย แต่เราก็คิดว่าถึงแม้ จะต้องปิดไป แต่มิวเชื่อว่าสกุลไทยก็จะ เป็นนิตยสารที่อยู่ในความทรงจำของ คนไทยตลอดไป” สีหน้าของมิวเปลี่ยนไปนิดหนึ่ง เมื่อพูดถึงการขึ้นปกครั้งแรกของเธอ ขณะ- เดียวกันกลับเป็นการตีพิมพ์ครั้งสุดท้าย ภูดิท อินทร์ทองปาน เมคอัพ อาร์ติสต์ ของนิตยสารสกุลไทยตลอด หลายปีที่ผ่านมา บรรจงทารองพื้นที่หน้า ของนางเอกสาว และเอ่ยแซวด้วยถ้อยคำ ขำขันเรียกเสียงหัวเราะ สร้างบรรยากาศ อารมณ์ดีให้กลับมาอีกครั้ง เพราะทีมงาน ทุกคนรู้กันดีอยู่แล้วว่าเรามาทำงานครั้งนี้ ด้วยความสุข อย่างที่เป็นมาตลอดหลายปี และอยากให้แขกรับเชิญผู้มาขึ้นปกของเรา ครั้งนี้ สดชื่น สดใส ดังเช่นภาพจำที่หลาย คนมีต่อเธอทั้งในภาพยนตร์และละคร หลายเรื่องที่ผ่านมา การได้มิว-นิษฐา มาเป็นปกสุดท้าย ของสกุลไทยไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็น การเลือกอย่างเป็นเอกฉันท์จากทุกคน ในกองบรรณาธิการ “เราชอบภาพลักษณ์การเป็นคน รุ่นใหม่ที่น่ารักสดใส” “วางตัวดี เป็นที่ชื่นชมของคนในวงการ” “หน้าแบบไทย ลำคอระหงเหมือนนางเอกในนวนิยายที่นักเขียน ชอบบรรยายถึง” และ “กำลังมีผลงานละครที่มาจากนวนิยายในสกุลไทย” หลากเหตุผลมากมายมากกว่านี้ คือสิ่งที่ทุกคนในกองบรรณาธิการพูดถึง และสนับสนุนให้เราติดต่อไปที่คุณแม่ของเธอ ตั้งแต่เมื่อรู้ว่าต้องทำเล่มสุดท้าย ใช้ เวลาเกือบเดือน กระทั่งมิวถ่ายเพชรกลางไฟจบ เราจึงได้เธอมาขึ้นปกในครั้งนี้ และอัธยาศัยไมตรี รวมถึงการทำงานอย่างมืออาชีพของคุณแม่และมิว บอก เราได้ดีว่า ทั้งที่เลือกและที่รอ ไม่มีสิ่งใดที่ตัดสินใจผิดเลย “จริงๆ มิวเป็นคนขี้อาย แล้วมิวเรียนออกแบบแฟชั่นมา ไม่ได้ชอบการ- แสดงออก มิวก็ไม่ได้คิดว่าวันหนึ่งจะมาเป็นนักแสดง แต่เริ่มต้นจากการไปแคส โฆษณา พอได้ทำก็รู้สึกสนุก แล้วทางช่องเห็นและให้เรามาแคสละคร เรื่องแรกคือ คุณชายปวรรุจ เราตัดสินใจหนักอยู่เหมือนกัน เพราะการที่จะทำอะไรสักอย่างให้ ดีต้องให้โอกาสแก่มัน คือต้องเลือกทางนี้เลย มิวก็ลองดู เพราะโอกาสมาแล้ว ซึ่ง ตอนนั้นเราเรียนอยู่แต่ทางช่องก็ให้ความสำคัญกับเรื่องเรียน เราสามารถแบ่งเวลา ของเราได้ มิวเลยตัดสินใจลอง แล้วพอได้มาแสดงจริงๆ ก็ได้เจอทั้งที่ยากก็ยาก ที่ ง่ายก็ง่าย” มิวเล่าจุดเริ่มต้นของการทำงานในวงการบันเทิงของเธอให้ฟัง ขณะที่ แต่งหน้าและทำผมไปด้วย บรรยากาศในกองถ่ายเริ่มคึกคักขึ้นทุกขณะเมื่อใกล้ ถึงเวลาถ่ายทำ ขณะที่บทสนทนายังคงดำเนินไปอย่างเรียบง่าย เพราะเราอยากรู้จัก เธอให้มากกว่าภาพลักษณ์ที่นำให้เรามาพบกันในฉบับสุดท้ายนี้ “มิวคิดว่าเสน่ห์ของการแสดงคือการได้เป็นตัวละครอื่น ได้อยู่ในชีวิตคนอื่น บางอย่างที่ชีวิตเราไม่ได้ทำ แต่ตัวละครนั้นทำได้ เราก็ได้ทำ มันเลยทำให้เราได้ ลองไปในมุมต่างๆ ที่ชีวิตจริงไปไม่ได้” มิวบอกว่าชีวิตจริงของเธอแตกต่างจากละครหลายเรื่องที่ทำให้ คนไทยรู้จัก เพราะตัวตนของมิว คือผู้หญิง ธรรมดา ที่ลุยๆ ห้าวๆ นิดหนึ่ง ง่ายๆ ชิวชิว มีทั้งความดีและความไม่ดี “ที่เคยเล่นมาน่าจะคล้ายนุ้ยที่สุดค่ะ” มิวหมายถึงตัวละครเอกในภาพยนตร์เรื่อง แรกของเธออย่างแฟนเดย์ นุ้ย หญิงสาวที่มี รอยยิ้มมัดหัวใจใครหลายคน และอาจไม่ได้ เป็นนางเอกร้อยเปอร์เซ็นต์อย่างที่หลายคน ได้เห็นจากบทบาทอื่นๆในละครของเธอ เวลาผ่านไปนับชั่วโมง จากบท- สนทนาเรื่องหนึ่งไปสู่อีกเรื่อง ราวกับจะไม่ จบง่ายๆ การสัมภาษณ์ครั้งนี้ต่างจากทุกครั้ง ที่การพูดคุยจบหมายถึงทำงานสำเร็จ แต่การทำงานครั้งนี้คล้ายยังไม่มีใครอยาก จบบทสนทนาลง มิวเล่าเรื่องในชีวิตของเธอให้ฟัง อย่างสนุกสนาน แพลนชีวิตในช่วงนี้ของ เธอคือการเรียนปั้นหม้อ ส่วนงานอดิเรกที่ เธอเลือกจะทำยามว่างคือกิจกรรมท้าทาย ความกล้าและความสามารถอย่างปีนผา จำลอง และดำน้ำแบบสคูบ้า คล้ายจะไป ทางเดียวกับคุณโจ้-ศุภสิทธิ์ ศรีสวัสดิ์ศักดิ์ ช่างภาพแฟชั่นคุณภาพที่ถ่ายปกให้สกุลไทย มาตลอดเช่นกัน ขณะที่แม็ก วัชรพล ทองแดง สไตลิสต์ เตรียมชุดของผีเสื้อ สาวแสนสวย ที่ดีไซเนอร์ตัดใหม่สำหรับ “มิว-นิษฐา” เพื่อขึ้นปกสุดท้ายของสกุลไทย โดยเฉพาะ มาวางไว้เตรียมถ่ายทำ ราวกับเป็นสัญญาณเตือนว่าเวลาของการ พูดคุยใกล้จะหมดแล้ว “จริงๆ มิวไม่ค่อยอ่านหนังสือ แต่จะอ่านนวนิยายที่ต้องเล่นในละคร” มิว บอก และคุณแม่ก็หยิบนวนิยาย “เพชรกลางไฟ” ของ ว.วินิจฉัยกุล และ “รากนครา” ของ ปิยะพร ศักดิ์เกษม ขึ้นมาให้ดู ว่านี่คือสิ่งที่มิวต้องอ่านในช่วง การทำงานของเธอ ใครในสกุลไทยล่ะ? จะไม่รู้จักนวนิยายดังสองเรื่องนี้ เพราะทั้งสองเรื่องล้วน ผ่านการตีพิมพ์ในหน้านิตยสารสกุลไทยมาก่อน และนอกจากสองเรื่องนี้ “ตามรัก- คืนใจ” ที่มิวรับบทบาทเป็นหนูนา หรือ นารา ก็ผ่านการตีพิมพ์ในสกุลไทยด้วย เช่นกัน “มีความผูกพันกันอยู่” คุณแม่ของเธอบอก และเรียกรอยยิ้มบางๆให้ กับทุกคนในกองถ่ายได้เป็นอย่างดี เวลาเกือบสองชั่วโมงของการแต่งหน้า ทำผม และพูดคุย ทีมแฟชั่นของสกุลไทยเปลี่ยนมิว-นิษฐา จากลุคส์สาวน้อยขาลุย เป็นหญิงสาวแสนสวย และเริ่ม สวมบทบาทถ่ายทอด “การจากลาอย่างงดงาม” หลังจากสกุลไทยฉบับนี้ นิษฐา จิรยั่งยืน ยังคงต้องมีบทบาทโลดแล่นในวงการบันเทิง ไม่ว่าจะ ในบทบาทไหนก็ตาม หากครั้งหนึ่งของการเป็น “ปก สุดท้าย” ของนิตยสารสกุลไทยจะยังคงอยู่ในความทรงจำ ของเธอ เช่นเดียวกับนวนิยายทั้งสามเรื่องที่เธอเป็น ผู้ถ่ายทอดบทบาท หนูนา ใน “ตามรักคืนใจ” , ท่านหญิงอุรวสี ใน “เพชรกลางไฟ” และ มิ่งหล้า ใน “รากนครา” ซึ่งเคยผ่านการตีพิมพ์ในสกุลไทย นวนิยายเหล่านี้ รวมถึงนวนิยายทุกเรื่อง ข้อเขียน ทุกตัวอักษร และภาพทุกภาพ จะยังคงโลดแล่น ทำหน้าที่สร้างสรรค์และสรรค์สร้างทั้งในแวดวง บันเทิง ในบรรณพิภพ และ “ในความทรงจำ” เราชาวสกุลไทยทุกคนหวังเช่นนั้น...

ชื่อคอลัมน์: 
แฟชั่นปก
ประเภทคอลัมน์: 
นิตยสาร: 
ฉบับที่: 

Comments (1)

  • anon
    npantong

    OK

    Mar 13, 2017

Leave a comment

Plain text

  • No HTML tags allowed.
  • Web page addresses and e-mail addresses turn into links automatically.
  • Lines and paragraphs break automatically.