กว่าจะเกิดในโลกหนังสือ
									 
	ไม่เคยรู้ตัวเลยว่าเป็นคนชอบเขียนหนังสือ แต่ชีวิตการงานทำให้ต้องเขียนทุกวัน อ่านหนังสือพิมพ์วันละ ๑๐ ฉบับ แล้วสรุปเป็นภาษาฝรั่งเศสให้นักการทูตอ่าน รวมทั้งส่งไปบางหน่วยงานที่ปารีส นั่นเป็นยุคที่ทำงานที่ฝ่ายข่าว สถานทูตฝรั่งเศส
	เริ่มเขียนหนังสือเมื่อเพื่อนเปิดโอกาสให้ที่นิตยสาร "แพรว" และนิตยสารอื่นๆในเครือ แล้วยืดยาวไปยังนิตยสารอื่นๆ จนสุดท้ายมาลงตัวที่ "สกุลไทย"
	คุณสุภัทร สวัสดิรักษ์ เป็นผู้หยิบยื่นโอกาสให้ คอลัมน์ "บุคลิกภาพ แฟชั่น และการแต่งกาย" จึงถือกำเนิด ทั้งๆที่ไม่เคยเขียนแฟชั่นมาก่อน เพียงแต่เป็นผู้ช่างสังเกต และเอือมพฤติกรรมของสังคมไทยที่ยึดติดกับแบรนด์เนม ด้วยคิดว่าแบรนด์เนมจะทำให้ตนดูมีค่าขึ้น คนที่พอมีทรัพย์ซื้อก็เป็นอย่างคนไม่มีก็อยากได้ จนหันไปใช้ของปลอม เป็นความน่าอนาถมากกว่า ไม่มีก็ไม่ต้องใช้ และต้องรู้จักประมาณตน ไม่ใช่ตะกายหาเงินทุกวิถีทางเพื่อให้ได้แบรนด์เนมมาประดับกาย
	ชีวิตที่เปลี่ยนไปทำให้ได้สัมผัสกับกระแสแฟชั่นโดยตรง และกิจกรรมด้านวัฒนธรรมของฝรั่งเศส รวมทั้งการเดินทางไปยังสถานที่ต่างๆ เมืองต่างๆ จนมีแฟน "สกุลไทย" หลายคนตามรอยไปเที่ยวเมืองเหล่านั้นด้วย จึงได้ตระหนักว่า "สกุลไทย" เป็นนิตยสารที่ทรงอิทธิพลมาก มีคนอ่านทุกเพศทุกวัย ย่ายายส่งต่อให้ลูก และส่งต่อเป็นทอดๆไปยังรุ่นหลาน
	เมื่อเรียนจบจากฝรั่งเศส อ่านนิตยสารอยู่สองฉบับ คือ "สตรีสาร" และ "สกุลไทย" เมื่อ "สตรีสาร" ปิดตัวไป เหลือ "สกุลไทย" เพียงฉบับเดียว จากผู้อ่านมาเป็นผู้เขียน สถานะจึงเปลี่ยนไป
	อยากคิดว่าคอลัมน์ "บุคลิกภาพ แฟชั่น และการแต่งกาย" กระทบใจผู้อ่าน "สกุลไทย" เราจึงเป็นแฟนกันนับแต่นั้น แถมมีแฟนเหนียวแน่นในปารีสด้วย จนคบหาเป็นเพื่อน
	การเขียนแฟชั่นเมื่อเริ่มแรกเขียนได้สบายๆ แต่เมื่ออินเทอร์เน็ตเข้ามามีบทบาทสำคัญในชีวิต ข่าวสารไปกันเร็ว เนื้อหาที่เขียนอาจจะล่าช้าเกินไป แนวการเขียนจึงต้องปรับเปลี่ยน พาผู้อ่านไปสัมผัสวิถีฝรั่งเศส แต่ยังไม่ทิ้งแฟชั่น
	ความเป็นนักเขียนคอลัมน์เริ่มซึมเข้าไปในสายเลือด ดูโทรทัศน์ อ่านหนังสือพิมพ์และนิตยสารต่างๆ จะมีเรื่อง "คลิก" เสมอ สมองทำงานว่าจะเขียนเรื่องนี้อย่างไร ไม่นึกว่าตนเองมี  "คลัง" ความรู้อยู่มากมาย ราวกับว่าสวรรค์ประทานให้ สามารถ "ขุด" ออกมาได้เสมอ เมื่อคำคำหนึ่งหรือเรื่องเรื่องหนึ่งผ่านตา 
	ขอบคุณ "สกุลไทย" ที่ให้โอกาสส่งผ่านความรู้ไปยังผู้อ่าน ขอบคุณผู้อ่านที่ติดตามคอลัมน์ จาก "บุคลิกภาพ แฟชั่น และการแต่งกาย" มาเป็น "C'est si bon!" ขอบคุณทุกคนที่เขียนเข้ามาชื่นชม ขอบคุณ "คุณอัญชลี ตันสกุล" ที่เป็นแฟนเหนียวแน่น
	สุขที่สุดเมื่อ "สกุลไทย" จัด "พบเพื่อนสุภาพิมพ์" เป็นครั้งแรกที่ได้พบแฟนคอลัมน์ ประทับใจมากที่ได้พูดคุยกัน ดีใจที่รู้ว่าเขียนถึงสินค้าตัวไหน สินค้าตัวนั้นขายดี ไม่ว่าจะเป็นยี่ห้อไทยหรือยี่ห้อนอก แฟน "สกุลไทย" ตามมาซื้อยี่ห้อที่เขียน ซึ่งเป็นยี่ห้อไม่แพง แต่ดูดี ขอบคุณที่ไว้ใจรสนิยม
	"สกุลไทย" เป็น "สถาบัน" เป็น "มรดก" ของชาติ ไม่ว่ากาลเวลาจะผ่านไปนานเท่าใด "สกุลไทย" ก็จะคงอยู่ในใจของคนไทยส่วนหนึ่ง ซึ่งแม้แต่ผู้ที่ไม่ได้อ่าน ก็ยังต้องรำลึกถึง
	และ "สกุลไทย" จะเป็น "กรณีศึกษา" ในยุคที่พฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยน
	แฟน "สกุลไทย" ในฝรั่งเศสและในประเทศใกล้เคียงส่งไลน์และโทรศัพท์มากระจองอแง
	นับแต่นี้จะอ่านนวนิยายของ "แก้วเก้า" และ "กฤษณา อโศกสิน" ได้ที่ไหน และนักเขียนใหม่จะมีโอกาสเกิดหรือไม่ ใครช่วยตอบด้วย
	พบกันใหม่ที่ supapim.wordpress.com นะคะ
	
	
 	
ชื่อคอลัมน์: 
C'est si bon!
ประเภทคอลัมน์: 
นิตยสาร: 
ฉบับที่: 
คอลัมนิสต์/นักเขียน: 

Leave a comment

Plain text

  • No HTML tags allowed.
  • Web page addresses and e-mail addresses turn into links automatically.
  • Lines and paragraphs break automatically.