• Reply to: กว่าจะเป็น “สกุลไทยรายสัปดาห์” “ความทรงจำ”ของคนทำนิตยสาร

    กว่าจะเป็น “สกุลไทยรายสัปดาห์”

    ความทรงจำ”ของคนทำนิตยสาร

     

    คำว่า “๕๘ แยก ๕” เคยถูกใช้เป็นคอลัมน์ข่าวสังคมซุบซิบในหน้ากระดาษสกุลไทยอยู่ระยะหนึ่ง แต่หลายคนอาจไม่ทราบว่านี่คือ บ้านเลขที่ซึ่งเป็นที่ตั้งของสำนักงานบริษัทอักษรโสภณ จำกัด ผู้ผลิตนิตยสารสกุลไทยนั่นเอง

    ที่นี่เป็นต้นทางของตัวหนังสือที่ได้รับการตีพิมพ์ออกไปในนาม “นิตยสารสกุลไทยรายสัปดาห์” มาตั้งแต่ พ.. ๒๕๑๐ หลังย้ายจากย่านเสาชิงช้า สำนักงานและโรงพิมพ์แห่งนี้มีเนื้อที่กว่า ๒ ไร่นี้ประกอบด้วยตึกสามชั้นซึ่งใช้เป็นอาคารสำนักงาน โรงพิมพ์ และด้านหนึ่งเป็นที่พักของผู้บริหาร

    อาคารสำนักงาน หรือฐานที่มั่นของฝ่ายผลิต ประกอบด้วยแผนกต่างๆ ได้แก่ กองบรรณาธิการ กองจัดการ ฝ่ายผลิต ฝ่ายโฆษณา ฝ่ายการตลาด ฝ่ายจัดจำหน่าย โดยมีคณะผู้บริหารคือตระกูลส่งเสริมสวัสดิ์ผู้ดำเนินธุรกิจนี้มาตั้งแต่ต้นจนถึงปัจจุบัน

    จากยุคแรกของการทำงานมาจนถึงปัจจุบัน การทำงานของทุกฝ่ายได้มีพัฒนาการขึ้นมาเป็นลำดับทั้งในด้านเทคโนโลยีการผลิต เนื้อหา และรูปเล่ม สิ่งที่อยู่เบื้องหลังความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้คือ ความสอดคล้องต้องกันของ ๓ ฝ่าย นั่นคือ กำลังคน กำลังเครื่องจักร และกำลังทุน ทุกอย่างล้วนมีปฏิสัมพันธ์ต่อกันในการขับเคลื่อน “สกุลไทย” ให้ออกมาสู่ตลาดหนังสือทั้งในวันวานและวันนี้

    หากจะกล่าวถึง “กำลังคน” ที่สำนักงานและโรงพิมพ์ของบริษัทอักษรโสภณ จำกัด ในปัจจุบันเป็นสถานที่ที่เชื่อมโยงผู้คนที่มีความรักในตัวหนังสือโดยเฉพาะอย่างยิ่งมีความผูกพันกับหนังสือสกุลไทย ซึ่งถือว่าเป็นจุดร่วมระหว่างพนักงานอาวุโสที่มีอายุการทำงานยาวนานที่สุดกับพนักงานหน้าใหม่ที่มีอายุงานไม่กี่ปี แต่ทุกคนมีเป้าหมายร่วมกันคือผลิตหนังสือ “สกุลไทย” ที่มีคุณภาพสู่สายตาผู้อ่านและอยู่ได้ด้วยวัฒนธรรมขององค์กรเล็กๆในระบบการบริหารแบบครอบครัวที่เรียบง่ายและอบอุ่นในวิถีแบบ “สกุลไทย” เหมือนดังที่เคยเป็นมาในอดีต

    บุคลากรสำคัญของสกุลไทยที่จะต้องกล่าวถึงไว้ ณ ที่นี้ คือ สุภัทร สวัสดิรักษ์ อดีตบรรณาธิการอาวุโสผู้ล่วงลับ ซึ่งเป็นผู้ที่ทำให้ตัวหนังสือในสกุลไทยเดินทางออกไปสู่สายตาผู้อ่านอย่างสง่าผ่าเผยเป็นระยะเวลายาวนานกว่า ๔๐ ปี นับตั้งแต่คุณสุภัทรได้เริ่มเขียนคอลัมน์ “นารี นฤมล” ลงในสกุลไทยเมื่อปี พ..๒๕๐๓ จนกระทั่งต่อมาภายหลังได้เข้ามาทำงานประจำในกองบรรณาธิการ เป็นบรรณาธิการผู้ช่วยและบรรณาธิการอาวุโสตามลำดับ ความอุตสาหะทุ่มเทและอุดมการณ์ในการทำหนังสือของบรรณาธิการอาวุโส ได้สร้างก้าวย่างอันงดงามให้แก่สกุลไทยจนกลายเป็นนิตยสารยอดนิยม และได้รับรางวัลดีเด่นต่างๆมากมาย

    แนวทางและอุดมการณ์ในการทำหนังสือของคุณสุภัทร สวัสดิรักษ์ ที่มุ่งเน้นการผลิตหนังสือคุณภาพสู่สายตาผู้อ่าน ได้ส่งผ่านมาสู่ทีมงานรุ่นหลัง พนักงานทุกฝ่ายจึงยังคงทำงานทุกขั้นตอนในหน้าที่รับผิดชอบอย่างดีที่สุดเพื่อตอบสนองนโยบายอันเป็นหลักในการทำงานของเราตลอดมา

    ในขั้นตอนแรกสุดของการผลิตนิตยสาร ด่านแรกคือ กองบรรณาธิการ ซึ่งทำหน้าที่จัดทำต้นฉบับ ต้นฉบับในที่นี้แบ่งเป็น ๒ ประเภท คือต้นฉบับจากนักเขียนอิสระ และต้นฉบับจากเจ้าหน้าที่กองบรรณาธิการ ต้นฉบับของนักเขียนอิสระนั้นจะถูกส่งเข้ามาในกองบรรณาธิการ ทั้งจากทางจดหมาย ทางโทรสาร และทางอินเทอร์เน็ต โดยระยะเวลาในการส่งล่วงหน้านั้นจะมีการกำหนดไว้ให้ทันต่อการผลิต ส่วนการทำงานในกองบรรณาธิการ เจ้าหน้าที่กองบรรณาธิการ และช่างภาพ จะทำงานภายใต้แผนงานทั้งในระยะสั้นและระยะยาว หลังจากที่ได้มีการประชุมเพื่อวางแผนเนื้อหาในแต่ละฉบับแล้ว กองบรรณาธิการก็จะจัดทำต้นฉบับ ซึ่งมีทั้งงานเขียนประเภทสารคดี บทสัมภาษณ์ รายงาน บทความพิเศษ ฯลฯ ส่วนฝ่ายภาพก็จะประสานงานกับกองบรรณาธิการในการจัดทำภาพประกอบ บทสัมภาษณ์ สารคดี ข่าวสังคม ภาพถ่ายแฟชั่น ทั้งนี้ทั้งนั้นจะจัดทำต้นฉบับทั้งหมดล่วงหน้าเป็นเวลา ๓ อาทิตย์ เมื่อได้ต้นฉบับครบถ้วนทั้งเรื่องและภาพประกอบแล้วจึงส่งผ่านไปยังผู้จัดการฝ่ายศิลป์ ซึ่งมีหน้าที่รับต้นฉบับ ตรวจเช็คความถูกต้องก่อนจะกระจายภาพและต้นฉบับไปยังฝ่ายต่างๆต่อไป

    การทำงานเป็นด่านหน้าของต้นฉบับทำให้กองบรรณาธิการจะต้องอยู่กับข้อมูลข่าวสารจำนวนมาก แต่สุดท้ายก็จะต้องคัดกรองสิ่งที่ดีที่สุดแก่ผู้อ่าน และต้องค้นหาเรื่องที่น่าสนใจมานำเสนอจากการค้นคว้าหรือไม่ก็จากแหล่งข่าวหลากหลายสาขาอาชีพ

    จากกองบรรณาธิการ แผนกที่รับไม้ต่อไปคือ ฝ่ายศิลป์ โดยผู้จัดการฝ่ายศิลป์และบรรณาธิการฝ่ายศิลป์จะเป็นผู้ควบคุมหน้ากระดาษทั้งหมดโดยจัดวางหน้ากระดาษฉบับย่อไว้เป็นเบื้องต้นก่อนหลังจากได้รับต้นฉบับทั้งหมดจากกอง บ.. แล้ว จะมีผู้ตรวจเช็คต้นฉบับให้ครบถ้วน จากนั้นจะส่งงานกระจายไปยังฝ่ายอื่น เช่น ฝ่ายเรียงพิมพ์ด้วยแสง และฝ่ายพิสูจน์อักษร และฝ่ายศิลป์ซึ่งมีหน้าที่ในการจัดหน้า

    ต้นฉบับที่เป็นตัวอักษร เป็นหน้าที่ของฝ่ายเรียงพิมพ์ด้วยแสง รับหน้าที่พิมพ์ต้นฉบับจากลายมือของนักเขียนหรือจากต้นฉบับตัวพิมพ์ที่ส่งมา เจ้าหน้าที่ของฝ่ายนี้ทุกคนต้องมีความชำนาญในการพิมพ์ดีดทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษด้วยความเร็วเฉลี่ย ๔๐ คำต่อนาที พนักงานแต่ละคนจะแบ่งหน้าที่กันพิมพ์งานแต่ละประเภทตามแต่ความถนัด โดยเฉพาะผู้ที่มีความชำนาญมากที่สุดและมีอายุงานสูงจะเป็นผู้พิมพ์ต้นฉบับลายมือของนักเขียนนวนิยาย เนื่องจากมีความคุ้นเคยกับลายมือของนักเขียนมายาวนาน กรณีฉุกเฉินที่สุดของฝ่ายเรียงพิมพ์ด้วยแสงก็คือกรณีต้นฉบับล่าช้า เมื่อได้รับต้นฉบับแล้ว พนักงานทุกคนจะต้องแบ่งต้นฉบับออกเป็นส่วนๆแล้วช่วยกันพิมพ์เพื่อให้งานเสร็จทันเวลา

    หลังจากพิมพ์ต้นฉบับแล้วเสร็จ ฝ่ายเรียงพิมพ์ด้วยแสงจะส่งต่อไปที่ฝ่ายพิสูจน์อักษร ซึ่งเป็นฝ่ายที่ใช้กำลังเครื่องจักรและเทคโนโลยีน้อยที่สุดแต่ต้องทำงานแข่งกับเวลามากที่สุด ฝ่ายพิสูจน์อักษรหรือที่เรียกกันว่า “พนักงานตรวจปรู๊ฟ” จะรับงานที่พิมพ์เสร็จแล้วจากฝ่ายเรียงพิมพ์ด้วยแสง นำมาตรวจหาคำผิดครั้งแรกก่อนแล้วจึงส่งไปให้ฝ่ายเรียงพิมพ์ฯแก้รอบแรก หลังจากนั้นจึงส่งไปให้ฝ่ายศิลป์ทำการจัดหน้า เมื่อจัดหน้าเสร็จแล้ว ก็ส่งกลับมาตรวจอีก รวมจำนวนในการตรวจแก้ทั้งหมดคือ ๔ ครั้งก่อนที่หนังสือจะลงตีพิมพ์ หรือหากในกรณีที่ต้นฉบับส่งมาเร็ว ฝ่ายพิสูจน์อักษรก็จะมีเวลาในการตรวจมากกว่า ๔ ครั้ง ส่วนรายละเอียดในการทำงานนั้นพนักงานพิสูจน์อักษรจะตรวจดูรูปประโยคก่อนแล้วจึงค่อยดูคำสะกดผิดสะกดถูก โดยจะอ่านเทียบกันทีละประโยคไป โดยทั่วไปพนักงานจะตรวจต้นฉบับราวๆ ๒๐ ชิ้นต่อวัน

    ขณะที่ดำเนินการในกระบวนการเรียงพิมพ์และพิสูจน์อักษร ในด้านภาพนั้นจะมีฝ่ายสแกนเนอร์ทำหน้าที่สแกนภาพทั้งภาพสีและขาวดำ แล้วส่งไปยังฝ่ายศิลป์เพื่อจัดหน้า พนักงานฝ่ายศิลป์จะทำหน้าที่จัดวางองค์ประกอบเพื่อความสวยงามทั้งหน้าสีและหน้าขาวดำ ในการทำงานของฝ่ายศิลป์จะมีการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าต่างๆ อาทิ การจัดเนื้อหาให้ลงตัวกับหน้ากระดาษ เนื่องจากเนื้อหาในแต่ละคอลัมน์และในแต่ละเล่มมีจำนวนไม่คงที่ ฝ่ายศิลป์จะต้องทำงานภายใต้เงื่อนไขดังกล่าวให้ได้ นอกจากนี้ยังต้องประสานงานกับฝ่ายพิสูจน์อักษรในการตรวจแก้งานให้ถูกต้องที่สุดก่อนจะยิงฟิล์มเพื่อทำเพลทซึ่งถือว่าเป็นขั้นตอนสุดท้ายของฝ่ายศิลป์

    หลังจากเสร็จสิ้นกระบวนการเรียงพิมพ์ พิสูจน์อักษร และจัดหน้าแล้ว ฝ่ายศิลป์จะทำการยิงฟิล์มทั้งหน้าสีและขาวดำแล้วทำเป็นแม่พิมพ์ส่งลงไปยังแท่นพิมพ์ พิมพ์จนครบจำนวน จากนั้นก็ส่งลงไปยังแท่นพับเพื่อเก็บหน้ากระดาษเป็นเล่มสู่ขั้นตอนการติดปก ไสกาว เข้าเครื่องตัดเพื่อเจียนขอบหนังสือออก ๓ ด้าน จบกระบวนการนี้แล้วก็เท่ากับว่าหนังสือสกุลไทยได้รับการจัดทำเสร็จสมบูรณ์พร้อมแล้วที่จะออกสู่สายตาผู้อ่าน

     

     

    ย้อนกลับไปสู่ในบทบรรณาธิการฉบับแรกของหนังสือพิมพ์สกุลไทย ฉบับวันที่ ๑ พฤศจิกายน ๒๔๙๗

    ยุคที่กิจการหนังสือพิมพ์กำลังเฟื่องฟูดารดาษอยู่ในตลาดเกือบจะเท่าเทียมกับต่างประเทศ...ความสมควรที่เหมาะสมอย่างยิ่งในโอกาสที่ ‘สกุลไทย’ จะเสนอตัวแก่ประชาชนนั้นคือการบริการใหม่ที่งามเรียบๆ ไม่ผาดโผนจนเกินไป ประกอบกิจการทั้งหลายแก่ประชาชนเพียงในขอบเขตของหนังสือพิมพ์ ไม่ก้าวก่ายเกะกะระรานตลอดจนเสนอสิ่งอันไร้สาระต่างๆ ซึ่งไม่ใช่แบบฉบับของหนังสือพิมพ์ที่ดี...”

    เวลาจะผ่านมานาน ๖๒ปี แต่ “บริการใหม่ที่งามเงียบๆ ไม่ผาดโผน” นี้ก็ยังคงเป็นนิยามที่ใช้ได้กับสกุลไทยในปัจจุบัน เหมือนว่าอดีตและปัจจุบันได้ซ้อนทับกันอย่างสนิทแนบแน่นเป็นหนึ่งเดียว

    กระดานจัดหน้าและบล็อกตะกั่วเป็นเพียง “อดีต”เสี้ยวหนึ่งของสกุลไทย เช่นเดียวกับนิตยสารกว่าสามพันฉบับที่ได้ตีพิมพ์ออกมาทุกสัปดาห์ ต่อเนื่องมาจนถึงวันนี้เป็นเวลานาน ๖๒ ปี...ารทำหน้าที่อย่างต่อเนื่องกับการเดินทางของตัวหนังสือจากโรงพิมพ์ถึงมือผู้อ่านนับตั้งแต่ในยุคเสาชิงช้าถึงนภาศัพท์ จาก พ..๒๔๙๗ ถึง พ..๒๕๕๙ ไม่เคยมีสัปดาห์เดียวที่ตัวหนังสือของสกุลไทยจะหยุดพักตราบใดที่ยังมี “ผู้อ่าน” เป็นเสมือนหลักชัยแห่งความสำเร็จ

    เรื่องราวทั้งหมดนี้เป็น “ ความทรงจำ” ของนิตยสารเล่มหนึ่งที่ดำรงคงอยู่บนถนนหนังสือ การได้อยู่เคียงข้างผู้อ่านมาตลอดระยะเวลาอันยาวนานนี้คือรางวัลอันยิ่งใหญ่เกินกว่าจะเอ่ยคำใด นอกจากคำว่า...หากยังคำนึงถึงกัน “ความทรงจำ” เหล่านี้จะเคียงข้างเราตลอดไป

    Good times come and go but the memories will last forever.

                 “คนที่เข้ามาสู่แวดวงการทำหนังสือ เป็นคนที่เข้ามาสู่งานนี้ด้วยใจรัก ด้วยความตั้งใจ ด้วยความพยายาม มานะบากบั่น อดทน และทำงานด้วยหัวใจ”

                        สุภัทร สวัสดิรักษ์

    อดีตบรรณาธิการอาวุโส นิตยสารสกุลไทย

     

     

     

     

     

    santi
  • Reply to: ในความทรงจำ ของ คุณหญิงสุริยา รัตนกุล
    ๑๑ ตุลาคม ๒๕๕๙
    เรียน คุณสันติ คุณนรีภพ คณะกองบรรณาธิการวารสารสกุลไทยทั้งคณะ ตลอดจนคุณต้อม คุณกี้ และคุณตุ๊ก มิตรผู้น่ารักทั้งหลายของดิฉันที่สกุลไทย และเจ้าแมวด่างดำขาว ตัวอ้วนใหญ่ที่มักจะขดตัวนอนอยู่หน้าสำนักพิมพ์เพื่อนดี
    	บัดนี้ จะไม่มีแล้ว บรรยากาศที่สุขสงบของคนที่รักงานหนังสือเหมือนกัน และกำลังช่วยกันทำงาน บทดอกสร้อยที่น่ารักบทหนึ่ง แทรกขึ้นมาในความทรงจำ และเสียดายนันทาที่น่ารักชล่านักเลี้ยวออกนอกถนน...
    	เปล่าหรอกค่ะ กลอนพาไปน่ะค่ะ ผู้บริหารของสกุลไทยไม่ได้ชะล่าใจเลย คงดำเนินการอย่างประหยัดที่สุด แต่ก็ต้านกระแสเศรษฐกิจยุคปัจจุบันไม่ไหว ผู้คนสมัยนี้ไม่นิยมซื้อหนังสืออ่าน จะอ่านบ้างก็แต่ที่ได้อ่านโดยไม่ต้องจ่ายเงิน อีกทั้งที่อยู่ที่ทันสมัย เช่น คอนโดฯและบ้านเช่าก็เล็กจนไม่มีที่เก็บของไม่จำเป็นสำหรับชีวิต เช่น หนังสือสกุลไทยจึงถูกเบียดตกขอบโลกไป สรุปว่าคนไม่ได้ต้องการหนังสือสำหรับอ่านหาข้อมูล หรือค้นคว้าอะไร แต่ต้องการหนังสือไว้สำหรับดูรูปที่ประเทืองอารมณ์ทั้งที่ดีและที่ไม่ดี
    	ถ้าตามความเห็นของดิฉัน ดิฉันคิดว่า สกุลไทยไม่ใช่หนังสือสำหรับอ่านเล่นอย่างธรรมดา สกุลไทยลงพระบรมฉายาลักษณ์บ่อยมาก ทำให้นักเรียนนักศึกษาได้ใช้ทำรายงานเรื่องพระราชกรณียกิจ และเห็นความสำคัญของพระราชวงศ์ สกุลไทยมีบทความที่ให้ความรู้มหาศาล เช่น บทความของปถพีรดี ประยอม ซองทอง ฯลฯ สกุลไทยเป็นสถาบันที่เราไม่น่าปล่อยให้ล้มหาย...เราอยากช่วยกู้ชีวิตไว้ให้อย่างน้อยก็อีกสองสามปี ไว้รอให้เศรษฐกิจดีขึ้น
    	นักประพันธ์เช่นดิฉัน อาจยินดีลดค่าเรื่อง ๑๐-๒๐ เปอร์เซ็นต์ สำหรับมาตรการนี้ ดิฉันไม่อยากเขียนคำอำลาอาลัยอย่างที่ขอมา แต่อยากบอกว่าขอให้อยู่ต่อไปมากกว่า
    					
    
    ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.คุณหญิงสุริยา รัตนกุล
    เจ้าของนามปากกา "สุริยา"

    generic viagra without a doctor prescription viagra without a doctor prescription viagra
    without a doctor prescription http://viagrawithoutdoctor.review http://viagrawithoutdoctor.review

    santi
  • Reply to: กว่าจะเป็น “สกุลไทยรายสัปดาห์” “ความทรงจำ”ของคนทำนิตยสาร

    กว่าจะเป็น “สกุลไทยรายสัปดาห์”

    ความทรงจำ”ของคนทำนิตยสาร

     

    คำว่า “๕๘ แยก ๕” เคยถูกใช้เป็นคอลัมน์ข่าวสังคมซุบซิบในหน้ากระดาษสกุลไทยอยู่ระยะหนึ่ง แต่หลายคนอาจไม่ทราบว่านี่คือ บ้านเลขที่ซึ่งเป็นที่ตั้งของสำนักงานบริษัทอักษรโสภณ จำกัด ผู้ผลิตนิตยสารสกุลไทยนั่นเอง

    ที่นี่เป็นต้นทางของตัวหนังสือที่ได้รับการตีพิมพ์ออกไปในนาม “นิตยสารสกุลไทยรายสัปดาห์” มาตั้งแต่ พ.. ๒๕๑๐ หลังย้ายจากย่านเสาชิงช้า สำนักงานและโรงพิมพ์แห่งนี้มีเนื้อที่กว่า ๒ ไร่นี้ประกอบด้วยตึกสามชั้นซึ่งใช้เป็นอาคารสำนักงาน โรงพิมพ์ และด้านหนึ่งเป็นที่พักของผู้บริหาร

    อาคารสำนักงาน หรือฐานที่มั่นของฝ่ายผลิต ประกอบด้วยแผนกต่างๆ ได้แก่ กองบรรณาธิการ กองจัดการ ฝ่ายผลิต ฝ่ายโฆษณา ฝ่ายการตลาด ฝ่ายจัดจำหน่าย โดยมีคณะผู้บริหารคือตระกูลส่งเสริมสวัสดิ์ผู้ดำเนินธุรกิจนี้มาตั้งแต่ต้นจนถึงปัจจุบัน

    จากยุคแรกของการทำงานมาจนถึงปัจจุบัน การทำงานของทุกฝ่ายได้มีพัฒนาการขึ้นมาเป็นลำดับทั้งในด้านเทคโนโลยีการผลิต เนื้อหา และรูปเล่ม สิ่งที่อยู่เบื้องหลังความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้คือ ความสอดคล้องต้องกันของ ๓ ฝ่าย นั่นคือ กำลังคน กำลังเครื่องจักร และกำลังทุน ทุกอย่างล้วนมีปฏิสัมพันธ์ต่อกันในการขับเคลื่อน “สกุลไทย” ให้ออกมาสู่ตลาดหนังสือทั้งในวันวานและวันนี้

    หากจะกล่าวถึง “กำลังคน” ที่สำนักงานและโรงพิมพ์ของบริษัทอักษรโสภณ จำกัด ในปัจจุบันเป็นสถานที่ที่เชื่อมโยงผู้คนที่มีความรักในตัวหนังสือโดยเฉพาะอย่างยิ่งมีความผูกพันกับหนังสือสกุลไทย ซึ่งถือว่าเป็นจุดร่วมระหว่างพนักงานอาวุโสที่มีอายุการทำงานยาวนานที่สุดกับพนักงานหน้าใหม่ที่มีอายุงานไม่กี่ปี แต่ทุกคนมีเป้าหมายร่วมกันคือผลิตหนังสือ “สกุลไทย” ที่มีคุณภาพสู่สายตาผู้อ่านและอยู่ได้ด้วยวัฒนธรรมขององค์กรเล็กๆในระบบการบริหารแบบครอบครัวที่เรียบง่ายและอบอุ่นในวิถีแบบ “สกุลไทย” เหมือนดังที่เคยเป็นมาในอดีต

    บุคลากรสำคัญของสกุลไทยที่จะต้องกล่าวถึงไว้ ณ ที่นี้ คือ สุภัทร สวัสดิรักษ์ อดีตบรรณาธิการอาวุโสผู้ล่วงลับ ซึ่งเป็นผู้ที่ทำให้ตัวหนังสือในสกุลไทยเดินทางออกไปสู่สายตาผู้อ่านอย่างสง่าผ่าเผยเป็นระยะเวลายาวนานกว่า ๔๐ ปี นับตั้งแต่คุณสุภัทรได้เริ่มเขียนคอลัมน์ “นารี นฤมล” ลงในสกุลไทยเมื่อปี พ..๒๕๐๓ จนกระทั่งต่อมาภายหลังได้เข้ามาทำงานประจำในกองบรรณาธิการ เป็นบรรณาธิการผู้ช่วยและบรรณาธิการอาวุโสตามลำดับ ความอุตสาหะทุ่มเทและอุดมการณ์ในการทำหนังสือของบรรณาธิการอาวุโส ได้สร้างก้าวย่างอันงดงามให้แก่สกุลไทยจนกลายเป็นนิตยสารยอดนิยม และได้รับรางวัลดีเด่นต่างๆมากมาย

    แนวทางและอุดมการณ์ในการทำหนังสือของคุณสุภัทร สวัสดิรักษ์ ที่มุ่งเน้นการผลิตหนังสือคุณภาพสู่สายตาผู้อ่าน ได้ส่งผ่านมาสู่ทีมงานรุ่นหลัง พนักงานทุกฝ่ายจึงยังคงทำงานทุกขั้นตอนในหน้าที่รับผิดชอบอย่างดีที่สุดเพื่อตอบสนองนโยบายอันเป็นหลักในการทำงานของเราตลอดมา

    ในขั้นตอนแรกสุดของการผลิตนิตยสาร ด่านแรกคือ กองบรรณาธิการ ซึ่งทำหน้าที่จัดทำต้นฉบับ ต้นฉบับในที่นี้แบ่งเป็น ๒ ประเภท คือต้นฉบับจากนักเขียนอิสระ และต้นฉบับจากเจ้าหน้าที่กองบรรณาธิการ ต้นฉบับของนักเขียนอิสระนั้นจะถูกส่งเข้ามาในกองบรรณาธิการ ทั้งจากทางจดหมาย ทางโทรสาร และทางอินเทอร์เน็ต โดยระยะเวลาในการส่งล่วงหน้านั้นจะมีการกำหนดไว้ให้ทันต่อการผลิต ส่วนการทำงานในกองบรรณาธิการ เจ้าหน้าที่กองบรรณาธิการ และช่างภาพ จะทำงานภายใต้แผนงานทั้งในระยะสั้นและระยะยาว หลังจากที่ได้มีการประชุมเพื่อวางแผนเนื้อหาในแต่ละฉบับแล้ว กองบรรณาธิการก็จะจัดทำต้นฉบับ ซึ่งมีทั้งงานเขียนประเภทสารคดี บทสัมภาษณ์ รายงาน บทความพิเศษ ฯลฯ ส่วนฝ่ายภาพก็จะประสานงานกับกองบรรณาธิการในการจัดทำภาพประกอบ บทสัมภาษณ์ สารคดี ข่าวสังคม ภาพถ่ายแฟชั่น ทั้งนี้ทั้งนั้นจะจัดทำต้นฉบับทั้งหมดล่วงหน้าเป็นเวลา ๓ อาทิตย์ เมื่อได้ต้นฉบับครบถ้วนทั้งเรื่องและภาพประกอบแล้วจึงส่งผ่านไปยังผู้จัดการฝ่ายศิลป์ ซึ่งมีหน้าที่รับต้นฉบับ ตรวจเช็คความถูกต้องก่อนจะกระจายภาพและต้นฉบับไปยังฝ่ายต่างๆต่อไป

    การทำงานเป็นด่านหน้าของต้นฉบับทำให้กองบรรณาธิการจะต้องอยู่กับข้อมูลข่าวสารจำนวนมาก แต่สุดท้ายก็จะต้องคัดกรองสิ่งที่ดีที่สุดแก่ผู้อ่าน และต้องค้นหาเรื่องที่น่าสนใจมานำเสนอจากการค้นคว้าหรือไม่ก็จากแหล่งข่าวหลากหลายสาขาอาชีพ

    จากกองบรรณาธิการ แผนกที่รับไม้ต่อไปคือ ฝ่ายศิลป์ โดยผู้จัดการฝ่ายศิลป์และบรรณาธิการฝ่ายศิลป์จะเป็นผู้ควบคุมหน้ากระดาษทั้งหมดโดยจัดวางหน้ากระดาษฉบับย่อไว้เป็นเบื้องต้นก่อนหลังจากได้รับต้นฉบับทั้งหมดจากกอง บ.. แล้ว จะมีผู้ตรวจเช็คต้นฉบับให้ครบถ้วน จากนั้นจะส่งงานกระจายไปยังฝ่ายอื่น เช่น ฝ่ายเรียงพิมพ์ด้วยแสง และฝ่ายพิสูจน์อักษร และฝ่ายศิลป์ซึ่งมีหน้าที่ในการจัดหน้า

    ต้นฉบับที่เป็นตัวอักษร เป็นหน้าที่ของฝ่ายเรียงพิมพ์ด้วยแสง รับหน้าที่พิมพ์ต้นฉบับจากลายมือของนักเขียนหรือจากต้นฉบับตัวพิมพ์ที่ส่งมา เจ้าหน้าที่ของฝ่ายนี้ทุกคนต้องมีความชำนาญในการพิมพ์ดีดทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษด้วยความเร็วเฉลี่ย ๔๐ คำต่อนาที พนักงานแต่ละคนจะแบ่งหน้าที่กันพิมพ์งานแต่ละประเภทตามแต่ความถนัด โดยเฉพาะผู้ที่มีความชำนาญมากที่สุดและมีอายุงานสูงจะเป็นผู้พิมพ์ต้นฉบับลายมือของนักเขียนนวนิยาย เนื่องจากมีความคุ้นเคยกับลายมือของนักเขียนมายาวนาน กรณีฉุกเฉินที่สุดของฝ่ายเรียงพิมพ์ด้วยแสงก็คือกรณีต้นฉบับล่าช้า เมื่อได้รับต้นฉบับแล้ว พนักงานทุกคนจะต้องแบ่งต้นฉบับออกเป็นส่วนๆแล้วช่วยกันพิมพ์เพื่อให้งานเสร็จทันเวลา

    หลังจากพิมพ์ต้นฉบับแล้วเสร็จ ฝ่ายเรียงพิมพ์ด้วยแสงจะส่งต่อไปที่ฝ่ายพิสูจน์อักษร ซึ่งเป็นฝ่ายที่ใช้กำลังเครื่องจักรและเทคโนโลยีน้อยที่สุดแต่ต้องทำงานแข่งกับเวลามากที่สุด ฝ่ายพิสูจน์อักษรหรือที่เรียกกันว่า “พนักงานตรวจปรู๊ฟ” จะรับงานที่พิมพ์เสร็จแล้วจากฝ่ายเรียงพิมพ์ด้วยแสง นำมาตรวจหาคำผิดครั้งแรกก่อนแล้วจึงส่งไปให้ฝ่ายเรียงพิมพ์ฯแก้รอบแรก หลังจากนั้นจึงส่งไปให้ฝ่ายศิลป์ทำการจัดหน้า เมื่อจัดหน้าเสร็จแล้ว ก็ส่งกลับมาตรวจอีก รวมจำนวนในการตรวจแก้ทั้งหมดคือ ๔ ครั้งก่อนที่หนังสือจะลงตีพิมพ์ หรือหากในกรณีที่ต้นฉบับส่งมาเร็ว ฝ่ายพิสูจน์อักษรก็จะมีเวลาในการตรวจมากกว่า ๔ ครั้ง ส่วนรายละเอียดในการทำงานนั้นพนักงานพิสูจน์อักษรจะตรวจดูรูปประโยคก่อนแล้วจึงค่อยดูคำสะกดผิดสะกดถูก โดยจะอ่านเทียบกันทีละประโยคไป โดยทั่วไปพนักงานจะตรวจต้นฉบับราวๆ ๒๐ ชิ้นต่อวัน

    ขณะที่ดำเนินการในกระบวนการเรียงพิมพ์และพิสูจน์อักษร ในด้านภาพนั้นจะมีฝ่ายสแกนเนอร์ทำหน้าที่สแกนภาพทั้งภาพสีและขาวดำ แล้วส่งไปยังฝ่ายศิลป์เพื่อจัดหน้า พนักงานฝ่ายศิลป์จะทำหน้าที่จัดวางองค์ประกอบเพื่อความสวยงามทั้งหน้าสีและหน้าขาวดำ ในการทำงานของฝ่ายศิลป์จะมีการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าต่างๆ อาทิ การจัดเนื้อหาให้ลงตัวกับหน้ากระดาษ เนื่องจากเนื้อหาในแต่ละคอลัมน์และในแต่ละเล่มมีจำนวนไม่คงที่ ฝ่ายศิลป์จะต้องทำงานภายใต้เงื่อนไขดังกล่าวให้ได้ นอกจากนี้ยังต้องประสานงานกับฝ่ายพิสูจน์อักษรในการตรวจแก้งานให้ถูกต้องที่สุดก่อนจะยิงฟิล์มเพื่อทำเพลทซึ่งถือว่าเป็นขั้นตอนสุดท้ายของฝ่ายศิลป์

    หลังจากเสร็จสิ้นกระบวนการเรียงพิมพ์ พิสูจน์อักษร และจัดหน้าแล้ว ฝ่ายศิลป์จะทำการยิงฟิล์มทั้งหน้าสีและขาวดำแล้วทำเป็นแม่พิมพ์ส่งลงไปยังแท่นพิมพ์ พิมพ์จนครบจำนวน จากนั้นก็ส่งลงไปยังแท่นพับเพื่อเก็บหน้ากระดาษเป็นเล่มสู่ขั้นตอนการติดปก ไสกาว เข้าเครื่องตัดเพื่อเจียนขอบหนังสือออก ๓ ด้าน จบกระบวนการนี้แล้วก็เท่ากับว่าหนังสือสกุลไทยได้รับการจัดทำเสร็จสมบูรณ์พร้อมแล้วที่จะออกสู่สายตาผู้อ่าน

     

     

    ย้อนกลับไปสู่ในบทบรรณาธิการฉบับแรกของหนังสือพิมพ์สกุลไทย ฉบับวันที่ ๑ พฤศจิกายน ๒๔๙๗

    ยุคที่กิจการหนังสือพิมพ์กำลังเฟื่องฟูดารดาษอยู่ในตลาดเกือบจะเท่าเทียมกับต่างประเทศ...ความสมควรที่เหมาะสมอย่างยิ่งในโอกาสที่ ‘สกุลไทย’ จะเสนอตัวแก่ประชาชนนั้นคือการบริการใหม่ที่งามเรียบๆ ไม่ผาดโผนจนเกินไป ประกอบกิจการทั้งหลายแก่ประชาชนเพียงในขอบเขตของหนังสือพิมพ์ ไม่ก้าวก่ายเกะกะระรานตลอดจนเสนอสิ่งอันไร้สาระต่างๆ ซึ่งไม่ใช่แบบฉบับของหนังสือพิมพ์ที่ดี...”

    เวลาจะผ่านมานาน ๖๒ปี แต่ “บริการใหม่ที่งามเงียบๆ ไม่ผาดโผน” นี้ก็ยังคงเป็นนิยามที่ใช้ได้กับสกุลไทยในปัจจุบัน เหมือนว่าอดีตและปัจจุบันได้ซ้อนทับกันอย่างสนิทแนบแน่นเป็นหนึ่งเดียว

    กระดานจัดหน้าและบล็อกตะกั่วเป็นเพียง “อดีต”เสี้ยวหนึ่งของสกุลไทย เช่นเดียวกับนิตยสารกว่าสามพันฉบับที่ได้ตีพิมพ์ออกมาทุกสัปดาห์ ต่อเนื่องมาจนถึงวันนี้เป็นเวลานาน ๖๒ ปี...ารทำหน้าที่อย่างต่อเนื่องกับการเดินทางของตัวหนังสือจากโรงพิมพ์ถึงมือผู้อ่านนับตั้งแต่ในยุคเสาชิงช้าถึงนภาศัพท์ จาก พ..๒๔๙๗ ถึง พ..๒๕๕๙ ไม่เคยมีสัปดาห์เดียวที่ตัวหนังสือของสกุลไทยจะหยุดพักตราบใดที่ยังมี “ผู้อ่าน” เป็นเสมือนหลักชัยแห่งความสำเร็จ

    เรื่องราวทั้งหมดนี้เป็น “ ความทรงจำ” ของนิตยสารเล่มหนึ่งที่ดำรงคงอยู่บนถนนหนังสือ การได้อยู่เคียงข้างผู้อ่านมาตลอดระยะเวลาอันยาวนานนี้คือรางวัลอันยิ่งใหญ่เกินกว่าจะเอ่ยคำใด นอกจากคำว่า...หากยังคำนึงถึงกัน “ความทรงจำ” เหล่านี้จะเคียงข้างเราตลอดไป

    Good times come and go but the memories will last forever.

                 “คนที่เข้ามาสู่แวดวงการทำหนังสือ เป็นคนที่เข้ามาสู่งานนี้ด้วยใจรัก ด้วยความตั้งใจ ด้วยความพยายาม มานะบากบั่น อดทน และทำงานด้วยหัวใจ”

                        สุภัทร สวัสดิรักษ์

    อดีตบรรณาธิการอาวุโส นิตยสารสกุลไทย

     

     

     

     

     

    installment loans bad credit <a href="http://loansinstantapproval.us.com">no credit check payday loans instant approval</a> loans instant approval <a href=http://loansinstantapproval.us.com>online loans instant approval</a>

    santi
  • Reply to: ในความทรงจำ ของ แขคำ ปัณณะศักดิ์

    สายๆต้นเดือนกันยายน ทริปใหม่ของผมกำลังจะเริ่มต้น ข่าวคราวจากสกุลไทยก็ผ่านมาทางโทรศัพท์

    	พอวางสาย หัวใจที่เบิกบานกับแผนการเที่ยวซึ่งวางไว้ล่วงหน้ากว่าครึ่งปีพลันฝ่อแฟบ ผมยืนอึ้งอยู่ในอาคารสนามบินเชียงใหม่ โลกในสายตาผมก่อนหน้านี้กับนาทีปัจจุบันช่างแตกต่างกันลิบลับ 
    	อยากร้องไห้ อยากตะโกนออกมาดังๆ ก็ทำไม่ได้ แม้อยากเปลี่ยนใจหันหลังกลับบ้านแค่ไหน หากสองเท้าก็พาผมเดินเซื่องๆ ขึ้นนั่งบนเครื่องบิน สมองมึนชา และคล้ายสติจะตระหนักรู้ถึงความเปลี่ยนแปลงอันเลวร้ายที่เกิดขึ้นจริงๆ ต่อเมื่อมายืนเคว้งอยู่กลางเมืองฮานอย ประเทศเวียดนาม 
    	ในการพยายามทำตัวและทำใจให้ปกติ พยายามเที่ยวให้สนุกตามกำหนดการ ในห้วงคิดของผมไม่วายฟุ้งซ่านด้วยเรื่องราวความผูกพันกับสกุลไทย ซึ่งมิใช่เพียงเดือนสองเดือน...ปีสองปี 
    	ย้อนไปราวยี่สิบปีเศษ ผมรู้จักสกุลไทยครั้งแรกในห้องสมุดของวิทยาลัย ชอบอ่านเรื่องสั้น บทกวีในสโมสรสมานมิตร แล้วลองฝึกเขียนบ้าง กระทั่ง พ..๒๕๔๑ ตัวอักษรของผมก็ได้ปรากฏในหน้ากระดาษสกุลไทยครั้งแรกด้วยเรื่องสั้นรางวัลสุภาว์ เทวกุลฯ "แมลงเม่า" เป็นประกายแสงจุดไฟฝันให้ผมมุ่งมั่นฝึกเขียนอย่างต่อเนื่อง สักวันหนึ่งต้องมีผลงานลงพิมพ์อีกให้จงได้ 
    	วันนั้นมาถึงในอีก ๕ ปีให้หลัง นวนิยายขนาดสั้นเรื่อง "หนี" ได้รับโอกาสจาก คุณแม่สุภัทร สวัสดิรักษ์ ภายหลังพบท่านในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติเพียงไม่กี่เดือน "ส่งมาสิคะ สกุลไทยยินดีต้อนรับต้นฉบับทุกแนวค่ะ" ผมยังจดจำน้ำเสียงและท่วงทีนุ่มนวลของท่านได้ดี
    	นับแต่นั้น สกุลไทยเปรียบเสมือนบ้านหลังที่สองของผมกับผู้อ่าน และกองบรรณาธิการทุกท่าน เราสื่อสาร ส่งต่อความคิด แบ่งปันมุมมองชีวิตผ่านนวนิยาย สารคดี นิทาน และบทความหลากหลาย อาทิ คาวดอกไม้ นิยายในสายหมอก บ่ายวันอังคารที่ดวงจำปา ปลายใบหญ้า เพลงใบไม้ ไฮโซฯตลาดสด บทความเนื้อใน 
    	นามปากกา แขคำ ปัณณะศักดิ์ และทัศนัย ถือกำเนิดในบรรณพิภพอย่างเต็มภาคภูมิเพราะบ้านหลังนี้...สกุลไทย 
    	เออหนอ...ชีวิตคือการเดินทาง ไกลแค่ไหน นานแค่ไหนก็ต้องกลับบ้าน แต่น่าใจหาย...ที่การเดินทางครั้งนี้ของผม ไม่มีสกุลไทยให้กลับไปกอดอีกแล้ว
    	จากเมืองฮานอยผมไปต่อยังเมืองซาปา เว้ ดานัง และฮอยอัน ก่อนย้อนมาขึ้นเครื่องบินกลับที่ฮานอย ใช้เวลาท่องเที่ยวทั้งหมด ๒๓ วัน เวียดนามเหนือกลายเป็นทริปยาวครั้งแรก และแสนเศร้าที่สุดในชีวิตผม กล้องถ่ายรูปที่เตรียมไปเพื่อเก็บภาพทำสารคดีให้สกุลไทย ไม่ได้หยิบออกจากกระเป๋าเลย
    	แต่ไม่ว่าอะไรเกิดขึ้น ความเปลี่ยนแปลงจะหนักหนาสาหัสขนาดไหน พรากเราจากลาไกลห่างเพียงใด อย่าให้สิ่งใดทำลายความทรงจำงดงาม และความมุ่งมั่นที่เคยมี กอดเก็บทุกสายใยระหว่างเราเอาไว้แนบใจ ดุจสมบัติล้ำค่าเถิดที่รัก
     แขคำ ปัณณะศักดิ์ 

    viagra without a doctor prescription viagra without a doctor prescription usa viagra online prescription http://v1agrawithoutprescript.com http://v1agrawithoutprescript.com

    santi