• Reply to: กว่าจะเป็น “สกุลไทยรายสัปดาห์” “ความทรงจำ”ของคนทำนิตยสาร

    กว่าจะเป็น “สกุลไทยรายสัปดาห์”

    ความทรงจำ”ของคนทำนิตยสาร

     

    คำว่า “๕๘ แยก ๕” เคยถูกใช้เป็นคอลัมน์ข่าวสังคมซุบซิบในหน้ากระดาษสกุลไทยอยู่ระยะหนึ่ง แต่หลายคนอาจไม่ทราบว่านี่คือ บ้านเลขที่ซึ่งเป็นที่ตั้งของสำนักงานบริษัทอักษรโสภณ จำกัด ผู้ผลิตนิตยสารสกุลไทยนั่นเอง

    ที่นี่เป็นต้นทางของตัวหนังสือที่ได้รับการตีพิมพ์ออกไปในนาม “นิตยสารสกุลไทยรายสัปดาห์” มาตั้งแต่ พ.. ๒๕๑๐ หลังย้ายจากย่านเสาชิงช้า สำนักงานและโรงพิมพ์แห่งนี้มีเนื้อที่กว่า ๒ ไร่นี้ประกอบด้วยตึกสามชั้นซึ่งใช้เป็นอาคารสำนักงาน โรงพิมพ์ และด้านหนึ่งเป็นที่พักของผู้บริหาร

    อาคารสำนักงาน หรือฐานที่มั่นของฝ่ายผลิต ประกอบด้วยแผนกต่างๆ ได้แก่ กองบรรณาธิการ กองจัดการ ฝ่ายผลิต ฝ่ายโฆษณา ฝ่ายการตลาด ฝ่ายจัดจำหน่าย โดยมีคณะผู้บริหารคือตระกูลส่งเสริมสวัสดิ์ผู้ดำเนินธุรกิจนี้มาตั้งแต่ต้นจนถึงปัจจุบัน

    จากยุคแรกของการทำงานมาจนถึงปัจจุบัน การทำงานของทุกฝ่ายได้มีพัฒนาการขึ้นมาเป็นลำดับทั้งในด้านเทคโนโลยีการผลิต เนื้อหา และรูปเล่ม สิ่งที่อยู่เบื้องหลังความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้คือ ความสอดคล้องต้องกันของ ๓ ฝ่าย นั่นคือ กำลังคน กำลังเครื่องจักร และกำลังทุน ทุกอย่างล้วนมีปฏิสัมพันธ์ต่อกันในการขับเคลื่อน “สกุลไทย” ให้ออกมาสู่ตลาดหนังสือทั้งในวันวานและวันนี้

    หากจะกล่าวถึง “กำลังคน” ที่สำนักงานและโรงพิมพ์ของบริษัทอักษรโสภณ จำกัด ในปัจจุบันเป็นสถานที่ที่เชื่อมโยงผู้คนที่มีความรักในตัวหนังสือโดยเฉพาะอย่างยิ่งมีความผูกพันกับหนังสือสกุลไทย ซึ่งถือว่าเป็นจุดร่วมระหว่างพนักงานอาวุโสที่มีอายุการทำงานยาวนานที่สุดกับพนักงานหน้าใหม่ที่มีอายุงานไม่กี่ปี แต่ทุกคนมีเป้าหมายร่วมกันคือผลิตหนังสือ “สกุลไทย” ที่มีคุณภาพสู่สายตาผู้อ่านและอยู่ได้ด้วยวัฒนธรรมขององค์กรเล็กๆในระบบการบริหารแบบครอบครัวที่เรียบง่ายและอบอุ่นในวิถีแบบ “สกุลไทย” เหมือนดังที่เคยเป็นมาในอดีต

    บุคลากรสำคัญของสกุลไทยที่จะต้องกล่าวถึงไว้ ณ ที่นี้ คือ สุภัทร สวัสดิรักษ์ อดีตบรรณาธิการอาวุโสผู้ล่วงลับ ซึ่งเป็นผู้ที่ทำให้ตัวหนังสือในสกุลไทยเดินทางออกไปสู่สายตาผู้อ่านอย่างสง่าผ่าเผยเป็นระยะเวลายาวนานกว่า ๔๐ ปี นับตั้งแต่คุณสุภัทรได้เริ่มเขียนคอลัมน์ “นารี นฤมล” ลงในสกุลไทยเมื่อปี พ..๒๕๐๓ จนกระทั่งต่อมาภายหลังได้เข้ามาทำงานประจำในกองบรรณาธิการ เป็นบรรณาธิการผู้ช่วยและบรรณาธิการอาวุโสตามลำดับ ความอุตสาหะทุ่มเทและอุดมการณ์ในการทำหนังสือของบรรณาธิการอาวุโส ได้สร้างก้าวย่างอันงดงามให้แก่สกุลไทยจนกลายเป็นนิตยสารยอดนิยม และได้รับรางวัลดีเด่นต่างๆมากมาย

    แนวทางและอุดมการณ์ในการทำหนังสือของคุณสุภัทร สวัสดิรักษ์ ที่มุ่งเน้นการผลิตหนังสือคุณภาพสู่สายตาผู้อ่าน ได้ส่งผ่านมาสู่ทีมงานรุ่นหลัง พนักงานทุกฝ่ายจึงยังคงทำงานทุกขั้นตอนในหน้าที่รับผิดชอบอย่างดีที่สุดเพื่อตอบสนองนโยบายอันเป็นหลักในการทำงานของเราตลอดมา

    ในขั้นตอนแรกสุดของการผลิตนิตยสาร ด่านแรกคือ กองบรรณาธิการ ซึ่งทำหน้าที่จัดทำต้นฉบับ ต้นฉบับในที่นี้แบ่งเป็น ๒ ประเภท คือต้นฉบับจากนักเขียนอิสระ และต้นฉบับจากเจ้าหน้าที่กองบรรณาธิการ ต้นฉบับของนักเขียนอิสระนั้นจะถูกส่งเข้ามาในกองบรรณาธิการ ทั้งจากทางจดหมาย ทางโทรสาร และทางอินเทอร์เน็ต โดยระยะเวลาในการส่งล่วงหน้านั้นจะมีการกำหนดไว้ให้ทันต่อการผลิต ส่วนการทำงานในกองบรรณาธิการ เจ้าหน้าที่กองบรรณาธิการ และช่างภาพ จะทำงานภายใต้แผนงานทั้งในระยะสั้นและระยะยาว หลังจากที่ได้มีการประชุมเพื่อวางแผนเนื้อหาในแต่ละฉบับแล้ว กองบรรณาธิการก็จะจัดทำต้นฉบับ ซึ่งมีทั้งงานเขียนประเภทสารคดี บทสัมภาษณ์ รายงาน บทความพิเศษ ฯลฯ ส่วนฝ่ายภาพก็จะประสานงานกับกองบรรณาธิการในการจัดทำภาพประกอบ บทสัมภาษณ์ สารคดี ข่าวสังคม ภาพถ่ายแฟชั่น ทั้งนี้ทั้งนั้นจะจัดทำต้นฉบับทั้งหมดล่วงหน้าเป็นเวลา ๓ อาทิตย์ เมื่อได้ต้นฉบับครบถ้วนทั้งเรื่องและภาพประกอบแล้วจึงส่งผ่านไปยังผู้จัดการฝ่ายศิลป์ ซึ่งมีหน้าที่รับต้นฉบับ ตรวจเช็คความถูกต้องก่อนจะกระจายภาพและต้นฉบับไปยังฝ่ายต่างๆต่อไป

    การทำงานเป็นด่านหน้าของต้นฉบับทำให้กองบรรณาธิการจะต้องอยู่กับข้อมูลข่าวสารจำนวนมาก แต่สุดท้ายก็จะต้องคัดกรองสิ่งที่ดีที่สุดแก่ผู้อ่าน และต้องค้นหาเรื่องที่น่าสนใจมานำเสนอจากการค้นคว้าหรือไม่ก็จากแหล่งข่าวหลากหลายสาขาอาชีพ

    จากกองบรรณาธิการ แผนกที่รับไม้ต่อไปคือ ฝ่ายศิลป์ โดยผู้จัดการฝ่ายศิลป์และบรรณาธิการฝ่ายศิลป์จะเป็นผู้ควบคุมหน้ากระดาษทั้งหมดโดยจัดวางหน้ากระดาษฉบับย่อไว้เป็นเบื้องต้นก่อนหลังจากได้รับต้นฉบับทั้งหมดจากกอง บ.. แล้ว จะมีผู้ตรวจเช็คต้นฉบับให้ครบถ้วน จากนั้นจะส่งงานกระจายไปยังฝ่ายอื่น เช่น ฝ่ายเรียงพิมพ์ด้วยแสง และฝ่ายพิสูจน์อักษร และฝ่ายศิลป์ซึ่งมีหน้าที่ในการจัดหน้า

    ต้นฉบับที่เป็นตัวอักษร เป็นหน้าที่ของฝ่ายเรียงพิมพ์ด้วยแสง รับหน้าที่พิมพ์ต้นฉบับจากลายมือของนักเขียนหรือจากต้นฉบับตัวพิมพ์ที่ส่งมา เจ้าหน้าที่ของฝ่ายนี้ทุกคนต้องมีความชำนาญในการพิมพ์ดีดทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษด้วยความเร็วเฉลี่ย ๔๐ คำต่อนาที พนักงานแต่ละคนจะแบ่งหน้าที่กันพิมพ์งานแต่ละประเภทตามแต่ความถนัด โดยเฉพาะผู้ที่มีความชำนาญมากที่สุดและมีอายุงานสูงจะเป็นผู้พิมพ์ต้นฉบับลายมือของนักเขียนนวนิยาย เนื่องจากมีความคุ้นเคยกับลายมือของนักเขียนมายาวนาน กรณีฉุกเฉินที่สุดของฝ่ายเรียงพิมพ์ด้วยแสงก็คือกรณีต้นฉบับล่าช้า เมื่อได้รับต้นฉบับแล้ว พนักงานทุกคนจะต้องแบ่งต้นฉบับออกเป็นส่วนๆแล้วช่วยกันพิมพ์เพื่อให้งานเสร็จทันเวลา

    หลังจากพิมพ์ต้นฉบับแล้วเสร็จ ฝ่ายเรียงพิมพ์ด้วยแสงจะส่งต่อไปที่ฝ่ายพิสูจน์อักษร ซึ่งเป็นฝ่ายที่ใช้กำลังเครื่องจักรและเทคโนโลยีน้อยที่สุดแต่ต้องทำงานแข่งกับเวลามากที่สุด ฝ่ายพิสูจน์อักษรหรือที่เรียกกันว่า “พนักงานตรวจปรู๊ฟ” จะรับงานที่พิมพ์เสร็จแล้วจากฝ่ายเรียงพิมพ์ด้วยแสง นำมาตรวจหาคำผิดครั้งแรกก่อนแล้วจึงส่งไปให้ฝ่ายเรียงพิมพ์ฯแก้รอบแรก หลังจากนั้นจึงส่งไปให้ฝ่ายศิลป์ทำการจัดหน้า เมื่อจัดหน้าเสร็จแล้ว ก็ส่งกลับมาตรวจอีก รวมจำนวนในการตรวจแก้ทั้งหมดคือ ๔ ครั้งก่อนที่หนังสือจะลงตีพิมพ์ หรือหากในกรณีที่ต้นฉบับส่งมาเร็ว ฝ่ายพิสูจน์อักษรก็จะมีเวลาในการตรวจมากกว่า ๔ ครั้ง ส่วนรายละเอียดในการทำงานนั้นพนักงานพิสูจน์อักษรจะตรวจดูรูปประโยคก่อนแล้วจึงค่อยดูคำสะกดผิดสะกดถูก โดยจะอ่านเทียบกันทีละประโยคไป โดยทั่วไปพนักงานจะตรวจต้นฉบับราวๆ ๒๐ ชิ้นต่อวัน

    ขณะที่ดำเนินการในกระบวนการเรียงพิมพ์และพิสูจน์อักษร ในด้านภาพนั้นจะมีฝ่ายสแกนเนอร์ทำหน้าที่สแกนภาพทั้งภาพสีและขาวดำ แล้วส่งไปยังฝ่ายศิลป์เพื่อจัดหน้า พนักงานฝ่ายศิลป์จะทำหน้าที่จัดวางองค์ประกอบเพื่อความสวยงามทั้งหน้าสีและหน้าขาวดำ ในการทำงานของฝ่ายศิลป์จะมีการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าต่างๆ อาทิ การจัดเนื้อหาให้ลงตัวกับหน้ากระดาษ เนื่องจากเนื้อหาในแต่ละคอลัมน์และในแต่ละเล่มมีจำนวนไม่คงที่ ฝ่ายศิลป์จะต้องทำงานภายใต้เงื่อนไขดังกล่าวให้ได้ นอกจากนี้ยังต้องประสานงานกับฝ่ายพิสูจน์อักษรในการตรวจแก้งานให้ถูกต้องที่สุดก่อนจะยิงฟิล์มเพื่อทำเพลทซึ่งถือว่าเป็นขั้นตอนสุดท้ายของฝ่ายศิลป์

    หลังจากเสร็จสิ้นกระบวนการเรียงพิมพ์ พิสูจน์อักษร และจัดหน้าแล้ว ฝ่ายศิลป์จะทำการยิงฟิล์มทั้งหน้าสีและขาวดำแล้วทำเป็นแม่พิมพ์ส่งลงไปยังแท่นพิมพ์ พิมพ์จนครบจำนวน จากนั้นก็ส่งลงไปยังแท่นพับเพื่อเก็บหน้ากระดาษเป็นเล่มสู่ขั้นตอนการติดปก ไสกาว เข้าเครื่องตัดเพื่อเจียนขอบหนังสือออก ๓ ด้าน จบกระบวนการนี้แล้วก็เท่ากับว่าหนังสือสกุลไทยได้รับการจัดทำเสร็จสมบูรณ์พร้อมแล้วที่จะออกสู่สายตาผู้อ่าน

     

     

    ย้อนกลับไปสู่ในบทบรรณาธิการฉบับแรกของหนังสือพิมพ์สกุลไทย ฉบับวันที่ ๑ พฤศจิกายน ๒๔๙๗

    ยุคที่กิจการหนังสือพิมพ์กำลังเฟื่องฟูดารดาษอยู่ในตลาดเกือบจะเท่าเทียมกับต่างประเทศ...ความสมควรที่เหมาะสมอย่างยิ่งในโอกาสที่ ‘สกุลไทย’ จะเสนอตัวแก่ประชาชนนั้นคือการบริการใหม่ที่งามเรียบๆ ไม่ผาดโผนจนเกินไป ประกอบกิจการทั้งหลายแก่ประชาชนเพียงในขอบเขตของหนังสือพิมพ์ ไม่ก้าวก่ายเกะกะระรานตลอดจนเสนอสิ่งอันไร้สาระต่างๆ ซึ่งไม่ใช่แบบฉบับของหนังสือพิมพ์ที่ดี...”

    เวลาจะผ่านมานาน ๖๒ปี แต่ “บริการใหม่ที่งามเงียบๆ ไม่ผาดโผน” นี้ก็ยังคงเป็นนิยามที่ใช้ได้กับสกุลไทยในปัจจุบัน เหมือนว่าอดีตและปัจจุบันได้ซ้อนทับกันอย่างสนิทแนบแน่นเป็นหนึ่งเดียว

    กระดานจัดหน้าและบล็อกตะกั่วเป็นเพียง “อดีต”เสี้ยวหนึ่งของสกุลไทย เช่นเดียวกับนิตยสารกว่าสามพันฉบับที่ได้ตีพิมพ์ออกมาทุกสัปดาห์ ต่อเนื่องมาจนถึงวันนี้เป็นเวลานาน ๖๒ ปี...ารทำหน้าที่อย่างต่อเนื่องกับการเดินทางของตัวหนังสือจากโรงพิมพ์ถึงมือผู้อ่านนับตั้งแต่ในยุคเสาชิงช้าถึงนภาศัพท์ จาก พ..๒๔๙๗ ถึง พ..๒๕๕๙ ไม่เคยมีสัปดาห์เดียวที่ตัวหนังสือของสกุลไทยจะหยุดพักตราบใดที่ยังมี “ผู้อ่าน” เป็นเสมือนหลักชัยแห่งความสำเร็จ

    เรื่องราวทั้งหมดนี้เป็น “ ความทรงจำ” ของนิตยสารเล่มหนึ่งที่ดำรงคงอยู่บนถนนหนังสือ การได้อยู่เคียงข้างผู้อ่านมาตลอดระยะเวลาอันยาวนานนี้คือรางวัลอันยิ่งใหญ่เกินกว่าจะเอ่ยคำใด นอกจากคำว่า...หากยังคำนึงถึงกัน “ความทรงจำ” เหล่านี้จะเคียงข้างเราตลอดไป

    Good times come and go but the memories will last forever.

                 “คนที่เข้ามาสู่แวดวงการทำหนังสือ เป็นคนที่เข้ามาสู่งานนี้ด้วยใจรัก ด้วยความตั้งใจ ด้วยความพยายาม มานะบากบั่น อดทน และทำงานด้วยหัวใจ”

                        สุภัทร สวัสดิรักษ์

    อดีตบรรณาธิการอาวุโส นิตยสารสกุลไทย

     

     

     

     

     

    https://onlinecasino.gb.net/# - online casino games
    <a href="https://onlinecasino.gb.net/#">casino slots</a>
    <a href=" https://onlinecasino.gb.net/# ">casino slots</a>

    santi
  • Reply to: กว่าจะเป็น “สกุลไทยรายสัปดาห์” “ความทรงจำ”ของคนทำนิตยสาร

    กว่าจะเป็น “สกุลไทยรายสัปดาห์”

    ความทรงจำ”ของคนทำนิตยสาร

     

    คำว่า “๕๘ แยก ๕” เคยถูกใช้เป็นคอลัมน์ข่าวสังคมซุบซิบในหน้ากระดาษสกุลไทยอยู่ระยะหนึ่ง แต่หลายคนอาจไม่ทราบว่านี่คือ บ้านเลขที่ซึ่งเป็นที่ตั้งของสำนักงานบริษัทอักษรโสภณ จำกัด ผู้ผลิตนิตยสารสกุลไทยนั่นเอง

    ที่นี่เป็นต้นทางของตัวหนังสือที่ได้รับการตีพิมพ์ออกไปในนาม “นิตยสารสกุลไทยรายสัปดาห์” มาตั้งแต่ พ.. ๒๕๑๐ หลังย้ายจากย่านเสาชิงช้า สำนักงานและโรงพิมพ์แห่งนี้มีเนื้อที่กว่า ๒ ไร่นี้ประกอบด้วยตึกสามชั้นซึ่งใช้เป็นอาคารสำนักงาน โรงพิมพ์ และด้านหนึ่งเป็นที่พักของผู้บริหาร

    อาคารสำนักงาน หรือฐานที่มั่นของฝ่ายผลิต ประกอบด้วยแผนกต่างๆ ได้แก่ กองบรรณาธิการ กองจัดการ ฝ่ายผลิต ฝ่ายโฆษณา ฝ่ายการตลาด ฝ่ายจัดจำหน่าย โดยมีคณะผู้บริหารคือตระกูลส่งเสริมสวัสดิ์ผู้ดำเนินธุรกิจนี้มาตั้งแต่ต้นจนถึงปัจจุบัน

    จากยุคแรกของการทำงานมาจนถึงปัจจุบัน การทำงานของทุกฝ่ายได้มีพัฒนาการขึ้นมาเป็นลำดับทั้งในด้านเทคโนโลยีการผลิต เนื้อหา และรูปเล่ม สิ่งที่อยู่เบื้องหลังความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้คือ ความสอดคล้องต้องกันของ ๓ ฝ่าย นั่นคือ กำลังคน กำลังเครื่องจักร และกำลังทุน ทุกอย่างล้วนมีปฏิสัมพันธ์ต่อกันในการขับเคลื่อน “สกุลไทย” ให้ออกมาสู่ตลาดหนังสือทั้งในวันวานและวันนี้

    หากจะกล่าวถึง “กำลังคน” ที่สำนักงานและโรงพิมพ์ของบริษัทอักษรโสภณ จำกัด ในปัจจุบันเป็นสถานที่ที่เชื่อมโยงผู้คนที่มีความรักในตัวหนังสือโดยเฉพาะอย่างยิ่งมีความผูกพันกับหนังสือสกุลไทย ซึ่งถือว่าเป็นจุดร่วมระหว่างพนักงานอาวุโสที่มีอายุการทำงานยาวนานที่สุดกับพนักงานหน้าใหม่ที่มีอายุงานไม่กี่ปี แต่ทุกคนมีเป้าหมายร่วมกันคือผลิตหนังสือ “สกุลไทย” ที่มีคุณภาพสู่สายตาผู้อ่านและอยู่ได้ด้วยวัฒนธรรมขององค์กรเล็กๆในระบบการบริหารแบบครอบครัวที่เรียบง่ายและอบอุ่นในวิถีแบบ “สกุลไทย” เหมือนดังที่เคยเป็นมาในอดีต

    บุคลากรสำคัญของสกุลไทยที่จะต้องกล่าวถึงไว้ ณ ที่นี้ คือ สุภัทร สวัสดิรักษ์ อดีตบรรณาธิการอาวุโสผู้ล่วงลับ ซึ่งเป็นผู้ที่ทำให้ตัวหนังสือในสกุลไทยเดินทางออกไปสู่สายตาผู้อ่านอย่างสง่าผ่าเผยเป็นระยะเวลายาวนานกว่า ๔๐ ปี นับตั้งแต่คุณสุภัทรได้เริ่มเขียนคอลัมน์ “นารี นฤมล” ลงในสกุลไทยเมื่อปี พ..๒๕๐๓ จนกระทั่งต่อมาภายหลังได้เข้ามาทำงานประจำในกองบรรณาธิการ เป็นบรรณาธิการผู้ช่วยและบรรณาธิการอาวุโสตามลำดับ ความอุตสาหะทุ่มเทและอุดมการณ์ในการทำหนังสือของบรรณาธิการอาวุโส ได้สร้างก้าวย่างอันงดงามให้แก่สกุลไทยจนกลายเป็นนิตยสารยอดนิยม และได้รับรางวัลดีเด่นต่างๆมากมาย

    แนวทางและอุดมการณ์ในการทำหนังสือของคุณสุภัทร สวัสดิรักษ์ ที่มุ่งเน้นการผลิตหนังสือคุณภาพสู่สายตาผู้อ่าน ได้ส่งผ่านมาสู่ทีมงานรุ่นหลัง พนักงานทุกฝ่ายจึงยังคงทำงานทุกขั้นตอนในหน้าที่รับผิดชอบอย่างดีที่สุดเพื่อตอบสนองนโยบายอันเป็นหลักในการทำงานของเราตลอดมา

    ในขั้นตอนแรกสุดของการผลิตนิตยสาร ด่านแรกคือ กองบรรณาธิการ ซึ่งทำหน้าที่จัดทำต้นฉบับ ต้นฉบับในที่นี้แบ่งเป็น ๒ ประเภท คือต้นฉบับจากนักเขียนอิสระ และต้นฉบับจากเจ้าหน้าที่กองบรรณาธิการ ต้นฉบับของนักเขียนอิสระนั้นจะถูกส่งเข้ามาในกองบรรณาธิการ ทั้งจากทางจดหมาย ทางโทรสาร และทางอินเทอร์เน็ต โดยระยะเวลาในการส่งล่วงหน้านั้นจะมีการกำหนดไว้ให้ทันต่อการผลิต ส่วนการทำงานในกองบรรณาธิการ เจ้าหน้าที่กองบรรณาธิการ และช่างภาพ จะทำงานภายใต้แผนงานทั้งในระยะสั้นและระยะยาว หลังจากที่ได้มีการประชุมเพื่อวางแผนเนื้อหาในแต่ละฉบับแล้ว กองบรรณาธิการก็จะจัดทำต้นฉบับ ซึ่งมีทั้งงานเขียนประเภทสารคดี บทสัมภาษณ์ รายงาน บทความพิเศษ ฯลฯ ส่วนฝ่ายภาพก็จะประสานงานกับกองบรรณาธิการในการจัดทำภาพประกอบ บทสัมภาษณ์ สารคดี ข่าวสังคม ภาพถ่ายแฟชั่น ทั้งนี้ทั้งนั้นจะจัดทำต้นฉบับทั้งหมดล่วงหน้าเป็นเวลา ๓ อาทิตย์ เมื่อได้ต้นฉบับครบถ้วนทั้งเรื่องและภาพประกอบแล้วจึงส่งผ่านไปยังผู้จัดการฝ่ายศิลป์ ซึ่งมีหน้าที่รับต้นฉบับ ตรวจเช็คความถูกต้องก่อนจะกระจายภาพและต้นฉบับไปยังฝ่ายต่างๆต่อไป

    การทำงานเป็นด่านหน้าของต้นฉบับทำให้กองบรรณาธิการจะต้องอยู่กับข้อมูลข่าวสารจำนวนมาก แต่สุดท้ายก็จะต้องคัดกรองสิ่งที่ดีที่สุดแก่ผู้อ่าน และต้องค้นหาเรื่องที่น่าสนใจมานำเสนอจากการค้นคว้าหรือไม่ก็จากแหล่งข่าวหลากหลายสาขาอาชีพ

    จากกองบรรณาธิการ แผนกที่รับไม้ต่อไปคือ ฝ่ายศิลป์ โดยผู้จัดการฝ่ายศิลป์และบรรณาธิการฝ่ายศิลป์จะเป็นผู้ควบคุมหน้ากระดาษทั้งหมดโดยจัดวางหน้ากระดาษฉบับย่อไว้เป็นเบื้องต้นก่อนหลังจากได้รับต้นฉบับทั้งหมดจากกอง บ.. แล้ว จะมีผู้ตรวจเช็คต้นฉบับให้ครบถ้วน จากนั้นจะส่งงานกระจายไปยังฝ่ายอื่น เช่น ฝ่ายเรียงพิมพ์ด้วยแสง และฝ่ายพิสูจน์อักษร และฝ่ายศิลป์ซึ่งมีหน้าที่ในการจัดหน้า

    ต้นฉบับที่เป็นตัวอักษร เป็นหน้าที่ของฝ่ายเรียงพิมพ์ด้วยแสง รับหน้าที่พิมพ์ต้นฉบับจากลายมือของนักเขียนหรือจากต้นฉบับตัวพิมพ์ที่ส่งมา เจ้าหน้าที่ของฝ่ายนี้ทุกคนต้องมีความชำนาญในการพิมพ์ดีดทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษด้วยความเร็วเฉลี่ย ๔๐ คำต่อนาที พนักงานแต่ละคนจะแบ่งหน้าที่กันพิมพ์งานแต่ละประเภทตามแต่ความถนัด โดยเฉพาะผู้ที่มีความชำนาญมากที่สุดและมีอายุงานสูงจะเป็นผู้พิมพ์ต้นฉบับลายมือของนักเขียนนวนิยาย เนื่องจากมีความคุ้นเคยกับลายมือของนักเขียนมายาวนาน กรณีฉุกเฉินที่สุดของฝ่ายเรียงพิมพ์ด้วยแสงก็คือกรณีต้นฉบับล่าช้า เมื่อได้รับต้นฉบับแล้ว พนักงานทุกคนจะต้องแบ่งต้นฉบับออกเป็นส่วนๆแล้วช่วยกันพิมพ์เพื่อให้งานเสร็จทันเวลา

    หลังจากพิมพ์ต้นฉบับแล้วเสร็จ ฝ่ายเรียงพิมพ์ด้วยแสงจะส่งต่อไปที่ฝ่ายพิสูจน์อักษร ซึ่งเป็นฝ่ายที่ใช้กำลังเครื่องจักรและเทคโนโลยีน้อยที่สุดแต่ต้องทำงานแข่งกับเวลามากที่สุด ฝ่ายพิสูจน์อักษรหรือที่เรียกกันว่า “พนักงานตรวจปรู๊ฟ” จะรับงานที่พิมพ์เสร็จแล้วจากฝ่ายเรียงพิมพ์ด้วยแสง นำมาตรวจหาคำผิดครั้งแรกก่อนแล้วจึงส่งไปให้ฝ่ายเรียงพิมพ์ฯแก้รอบแรก หลังจากนั้นจึงส่งไปให้ฝ่ายศิลป์ทำการจัดหน้า เมื่อจัดหน้าเสร็จแล้ว ก็ส่งกลับมาตรวจอีก รวมจำนวนในการตรวจแก้ทั้งหมดคือ ๔ ครั้งก่อนที่หนังสือจะลงตีพิมพ์ หรือหากในกรณีที่ต้นฉบับส่งมาเร็ว ฝ่ายพิสูจน์อักษรก็จะมีเวลาในการตรวจมากกว่า ๔ ครั้ง ส่วนรายละเอียดในการทำงานนั้นพนักงานพิสูจน์อักษรจะตรวจดูรูปประโยคก่อนแล้วจึงค่อยดูคำสะกดผิดสะกดถูก โดยจะอ่านเทียบกันทีละประโยคไป โดยทั่วไปพนักงานจะตรวจต้นฉบับราวๆ ๒๐ ชิ้นต่อวัน

    ขณะที่ดำเนินการในกระบวนการเรียงพิมพ์และพิสูจน์อักษร ในด้านภาพนั้นจะมีฝ่ายสแกนเนอร์ทำหน้าที่สแกนภาพทั้งภาพสีและขาวดำ แล้วส่งไปยังฝ่ายศิลป์เพื่อจัดหน้า พนักงานฝ่ายศิลป์จะทำหน้าที่จัดวางองค์ประกอบเพื่อความสวยงามทั้งหน้าสีและหน้าขาวดำ ในการทำงานของฝ่ายศิลป์จะมีการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าต่างๆ อาทิ การจัดเนื้อหาให้ลงตัวกับหน้ากระดาษ เนื่องจากเนื้อหาในแต่ละคอลัมน์และในแต่ละเล่มมีจำนวนไม่คงที่ ฝ่ายศิลป์จะต้องทำงานภายใต้เงื่อนไขดังกล่าวให้ได้ นอกจากนี้ยังต้องประสานงานกับฝ่ายพิสูจน์อักษรในการตรวจแก้งานให้ถูกต้องที่สุดก่อนจะยิงฟิล์มเพื่อทำเพลทซึ่งถือว่าเป็นขั้นตอนสุดท้ายของฝ่ายศิลป์

    หลังจากเสร็จสิ้นกระบวนการเรียงพิมพ์ พิสูจน์อักษร และจัดหน้าแล้ว ฝ่ายศิลป์จะทำการยิงฟิล์มทั้งหน้าสีและขาวดำแล้วทำเป็นแม่พิมพ์ส่งลงไปยังแท่นพิมพ์ พิมพ์จนครบจำนวน จากนั้นก็ส่งลงไปยังแท่นพับเพื่อเก็บหน้ากระดาษเป็นเล่มสู่ขั้นตอนการติดปก ไสกาว เข้าเครื่องตัดเพื่อเจียนขอบหนังสือออก ๓ ด้าน จบกระบวนการนี้แล้วก็เท่ากับว่าหนังสือสกุลไทยได้รับการจัดทำเสร็จสมบูรณ์พร้อมแล้วที่จะออกสู่สายตาผู้อ่าน

     

     

    ย้อนกลับไปสู่ในบทบรรณาธิการฉบับแรกของหนังสือพิมพ์สกุลไทย ฉบับวันที่ ๑ พฤศจิกายน ๒๔๙๗

    ยุคที่กิจการหนังสือพิมพ์กำลังเฟื่องฟูดารดาษอยู่ในตลาดเกือบจะเท่าเทียมกับต่างประเทศ...ความสมควรที่เหมาะสมอย่างยิ่งในโอกาสที่ ‘สกุลไทย’ จะเสนอตัวแก่ประชาชนนั้นคือการบริการใหม่ที่งามเรียบๆ ไม่ผาดโผนจนเกินไป ประกอบกิจการทั้งหลายแก่ประชาชนเพียงในขอบเขตของหนังสือพิมพ์ ไม่ก้าวก่ายเกะกะระรานตลอดจนเสนอสิ่งอันไร้สาระต่างๆ ซึ่งไม่ใช่แบบฉบับของหนังสือพิมพ์ที่ดี...”

    เวลาจะผ่านมานาน ๖๒ปี แต่ “บริการใหม่ที่งามเงียบๆ ไม่ผาดโผน” นี้ก็ยังคงเป็นนิยามที่ใช้ได้กับสกุลไทยในปัจจุบัน เหมือนว่าอดีตและปัจจุบันได้ซ้อนทับกันอย่างสนิทแนบแน่นเป็นหนึ่งเดียว

    กระดานจัดหน้าและบล็อกตะกั่วเป็นเพียง “อดีต”เสี้ยวหนึ่งของสกุลไทย เช่นเดียวกับนิตยสารกว่าสามพันฉบับที่ได้ตีพิมพ์ออกมาทุกสัปดาห์ ต่อเนื่องมาจนถึงวันนี้เป็นเวลานาน ๖๒ ปี...ารทำหน้าที่อย่างต่อเนื่องกับการเดินทางของตัวหนังสือจากโรงพิมพ์ถึงมือผู้อ่านนับตั้งแต่ในยุคเสาชิงช้าถึงนภาศัพท์ จาก พ..๒๔๙๗ ถึง พ..๒๕๕๙ ไม่เคยมีสัปดาห์เดียวที่ตัวหนังสือของสกุลไทยจะหยุดพักตราบใดที่ยังมี “ผู้อ่าน” เป็นเสมือนหลักชัยแห่งความสำเร็จ

    เรื่องราวทั้งหมดนี้เป็น “ ความทรงจำ” ของนิตยสารเล่มหนึ่งที่ดำรงคงอยู่บนถนนหนังสือ การได้อยู่เคียงข้างผู้อ่านมาตลอดระยะเวลาอันยาวนานนี้คือรางวัลอันยิ่งใหญ่เกินกว่าจะเอ่ยคำใด นอกจากคำว่า...หากยังคำนึงถึงกัน “ความทรงจำ” เหล่านี้จะเคียงข้างเราตลอดไป

    Good times come and go but the memories will last forever.

                 “คนที่เข้ามาสู่แวดวงการทำหนังสือ เป็นคนที่เข้ามาสู่งานนี้ด้วยใจรัก ด้วยความตั้งใจ ด้วยความพยายาม มานะบากบั่น อดทน และทำงานด้วยหัวใจ”

                        สุภัทร สวัสดิรักษ์

    อดีตบรรณาธิการอาวุโส นิตยสารสกุลไทย

     

     

     

     

     

    santi
  • Reply to: กว่าจะเป็น “สกุลไทยรายสัปดาห์” “ความทรงจำ”ของคนทำนิตยสาร

    กว่าจะเป็น “สกุลไทยรายสัปดาห์”

    ความทรงจำ”ของคนทำนิตยสาร

     

    คำว่า “๕๘ แยก ๕” เคยถูกใช้เป็นคอลัมน์ข่าวสังคมซุบซิบในหน้ากระดาษสกุลไทยอยู่ระยะหนึ่ง แต่หลายคนอาจไม่ทราบว่านี่คือ บ้านเลขที่ซึ่งเป็นที่ตั้งของสำนักงานบริษัทอักษรโสภณ จำกัด ผู้ผลิตนิตยสารสกุลไทยนั่นเอง

    ที่นี่เป็นต้นทางของตัวหนังสือที่ได้รับการตีพิมพ์ออกไปในนาม “นิตยสารสกุลไทยรายสัปดาห์” มาตั้งแต่ พ.. ๒๕๑๐ หลังย้ายจากย่านเสาชิงช้า สำนักงานและโรงพิมพ์แห่งนี้มีเนื้อที่กว่า ๒ ไร่นี้ประกอบด้วยตึกสามชั้นซึ่งใช้เป็นอาคารสำนักงาน โรงพิมพ์ และด้านหนึ่งเป็นที่พักของผู้บริหาร

    อาคารสำนักงาน หรือฐานที่มั่นของฝ่ายผลิต ประกอบด้วยแผนกต่างๆ ได้แก่ กองบรรณาธิการ กองจัดการ ฝ่ายผลิต ฝ่ายโฆษณา ฝ่ายการตลาด ฝ่ายจัดจำหน่าย โดยมีคณะผู้บริหารคือตระกูลส่งเสริมสวัสดิ์ผู้ดำเนินธุรกิจนี้มาตั้งแต่ต้นจนถึงปัจจุบัน

    จากยุคแรกของการทำงานมาจนถึงปัจจุบัน การทำงานของทุกฝ่ายได้มีพัฒนาการขึ้นมาเป็นลำดับทั้งในด้านเทคโนโลยีการผลิต เนื้อหา และรูปเล่ม สิ่งที่อยู่เบื้องหลังความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้คือ ความสอดคล้องต้องกันของ ๓ ฝ่าย นั่นคือ กำลังคน กำลังเครื่องจักร และกำลังทุน ทุกอย่างล้วนมีปฏิสัมพันธ์ต่อกันในการขับเคลื่อน “สกุลไทย” ให้ออกมาสู่ตลาดหนังสือทั้งในวันวานและวันนี้

    หากจะกล่าวถึง “กำลังคน” ที่สำนักงานและโรงพิมพ์ของบริษัทอักษรโสภณ จำกัด ในปัจจุบันเป็นสถานที่ที่เชื่อมโยงผู้คนที่มีความรักในตัวหนังสือโดยเฉพาะอย่างยิ่งมีความผูกพันกับหนังสือสกุลไทย ซึ่งถือว่าเป็นจุดร่วมระหว่างพนักงานอาวุโสที่มีอายุการทำงานยาวนานที่สุดกับพนักงานหน้าใหม่ที่มีอายุงานไม่กี่ปี แต่ทุกคนมีเป้าหมายร่วมกันคือผลิตหนังสือ “สกุลไทย” ที่มีคุณภาพสู่สายตาผู้อ่านและอยู่ได้ด้วยวัฒนธรรมขององค์กรเล็กๆในระบบการบริหารแบบครอบครัวที่เรียบง่ายและอบอุ่นในวิถีแบบ “สกุลไทย” เหมือนดังที่เคยเป็นมาในอดีต

    บุคลากรสำคัญของสกุลไทยที่จะต้องกล่าวถึงไว้ ณ ที่นี้ คือ สุภัทร สวัสดิรักษ์ อดีตบรรณาธิการอาวุโสผู้ล่วงลับ ซึ่งเป็นผู้ที่ทำให้ตัวหนังสือในสกุลไทยเดินทางออกไปสู่สายตาผู้อ่านอย่างสง่าผ่าเผยเป็นระยะเวลายาวนานกว่า ๔๐ ปี นับตั้งแต่คุณสุภัทรได้เริ่มเขียนคอลัมน์ “นารี นฤมล” ลงในสกุลไทยเมื่อปี พ..๒๕๐๓ จนกระทั่งต่อมาภายหลังได้เข้ามาทำงานประจำในกองบรรณาธิการ เป็นบรรณาธิการผู้ช่วยและบรรณาธิการอาวุโสตามลำดับ ความอุตสาหะทุ่มเทและอุดมการณ์ในการทำหนังสือของบรรณาธิการอาวุโส ได้สร้างก้าวย่างอันงดงามให้แก่สกุลไทยจนกลายเป็นนิตยสารยอดนิยม และได้รับรางวัลดีเด่นต่างๆมากมาย

    แนวทางและอุดมการณ์ในการทำหนังสือของคุณสุภัทร สวัสดิรักษ์ ที่มุ่งเน้นการผลิตหนังสือคุณภาพสู่สายตาผู้อ่าน ได้ส่งผ่านมาสู่ทีมงานรุ่นหลัง พนักงานทุกฝ่ายจึงยังคงทำงานทุกขั้นตอนในหน้าที่รับผิดชอบอย่างดีที่สุดเพื่อตอบสนองนโยบายอันเป็นหลักในการทำงานของเราตลอดมา

    ในขั้นตอนแรกสุดของการผลิตนิตยสาร ด่านแรกคือ กองบรรณาธิการ ซึ่งทำหน้าที่จัดทำต้นฉบับ ต้นฉบับในที่นี้แบ่งเป็น ๒ ประเภท คือต้นฉบับจากนักเขียนอิสระ และต้นฉบับจากเจ้าหน้าที่กองบรรณาธิการ ต้นฉบับของนักเขียนอิสระนั้นจะถูกส่งเข้ามาในกองบรรณาธิการ ทั้งจากทางจดหมาย ทางโทรสาร และทางอินเทอร์เน็ต โดยระยะเวลาในการส่งล่วงหน้านั้นจะมีการกำหนดไว้ให้ทันต่อการผลิต ส่วนการทำงานในกองบรรณาธิการ เจ้าหน้าที่กองบรรณาธิการ และช่างภาพ จะทำงานภายใต้แผนงานทั้งในระยะสั้นและระยะยาว หลังจากที่ได้มีการประชุมเพื่อวางแผนเนื้อหาในแต่ละฉบับแล้ว กองบรรณาธิการก็จะจัดทำต้นฉบับ ซึ่งมีทั้งงานเขียนประเภทสารคดี บทสัมภาษณ์ รายงาน บทความพิเศษ ฯลฯ ส่วนฝ่ายภาพก็จะประสานงานกับกองบรรณาธิการในการจัดทำภาพประกอบ บทสัมภาษณ์ สารคดี ข่าวสังคม ภาพถ่ายแฟชั่น ทั้งนี้ทั้งนั้นจะจัดทำต้นฉบับทั้งหมดล่วงหน้าเป็นเวลา ๓ อาทิตย์ เมื่อได้ต้นฉบับครบถ้วนทั้งเรื่องและภาพประกอบแล้วจึงส่งผ่านไปยังผู้จัดการฝ่ายศิลป์ ซึ่งมีหน้าที่รับต้นฉบับ ตรวจเช็คความถูกต้องก่อนจะกระจายภาพและต้นฉบับไปยังฝ่ายต่างๆต่อไป

    การทำงานเป็นด่านหน้าของต้นฉบับทำให้กองบรรณาธิการจะต้องอยู่กับข้อมูลข่าวสารจำนวนมาก แต่สุดท้ายก็จะต้องคัดกรองสิ่งที่ดีที่สุดแก่ผู้อ่าน และต้องค้นหาเรื่องที่น่าสนใจมานำเสนอจากการค้นคว้าหรือไม่ก็จากแหล่งข่าวหลากหลายสาขาอาชีพ

    จากกองบรรณาธิการ แผนกที่รับไม้ต่อไปคือ ฝ่ายศิลป์ โดยผู้จัดการฝ่ายศิลป์และบรรณาธิการฝ่ายศิลป์จะเป็นผู้ควบคุมหน้ากระดาษทั้งหมดโดยจัดวางหน้ากระดาษฉบับย่อไว้เป็นเบื้องต้นก่อนหลังจากได้รับต้นฉบับทั้งหมดจากกอง บ.. แล้ว จะมีผู้ตรวจเช็คต้นฉบับให้ครบถ้วน จากนั้นจะส่งงานกระจายไปยังฝ่ายอื่น เช่น ฝ่ายเรียงพิมพ์ด้วยแสง และฝ่ายพิสูจน์อักษร และฝ่ายศิลป์ซึ่งมีหน้าที่ในการจัดหน้า

    ต้นฉบับที่เป็นตัวอักษร เป็นหน้าที่ของฝ่ายเรียงพิมพ์ด้วยแสง รับหน้าที่พิมพ์ต้นฉบับจากลายมือของนักเขียนหรือจากต้นฉบับตัวพิมพ์ที่ส่งมา เจ้าหน้าที่ของฝ่ายนี้ทุกคนต้องมีความชำนาญในการพิมพ์ดีดทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษด้วยความเร็วเฉลี่ย ๔๐ คำต่อนาที พนักงานแต่ละคนจะแบ่งหน้าที่กันพิมพ์งานแต่ละประเภทตามแต่ความถนัด โดยเฉพาะผู้ที่มีความชำนาญมากที่สุดและมีอายุงานสูงจะเป็นผู้พิมพ์ต้นฉบับลายมือของนักเขียนนวนิยาย เนื่องจากมีความคุ้นเคยกับลายมือของนักเขียนมายาวนาน กรณีฉุกเฉินที่สุดของฝ่ายเรียงพิมพ์ด้วยแสงก็คือกรณีต้นฉบับล่าช้า เมื่อได้รับต้นฉบับแล้ว พนักงานทุกคนจะต้องแบ่งต้นฉบับออกเป็นส่วนๆแล้วช่วยกันพิมพ์เพื่อให้งานเสร็จทันเวลา

    หลังจากพิมพ์ต้นฉบับแล้วเสร็จ ฝ่ายเรียงพิมพ์ด้วยแสงจะส่งต่อไปที่ฝ่ายพิสูจน์อักษร ซึ่งเป็นฝ่ายที่ใช้กำลังเครื่องจักรและเทคโนโลยีน้อยที่สุดแต่ต้องทำงานแข่งกับเวลามากที่สุด ฝ่ายพิสูจน์อักษรหรือที่เรียกกันว่า “พนักงานตรวจปรู๊ฟ” จะรับงานที่พิมพ์เสร็จแล้วจากฝ่ายเรียงพิมพ์ด้วยแสง นำมาตรวจหาคำผิดครั้งแรกก่อนแล้วจึงส่งไปให้ฝ่ายเรียงพิมพ์ฯแก้รอบแรก หลังจากนั้นจึงส่งไปให้ฝ่ายศิลป์ทำการจัดหน้า เมื่อจัดหน้าเสร็จแล้ว ก็ส่งกลับมาตรวจอีก รวมจำนวนในการตรวจแก้ทั้งหมดคือ ๔ ครั้งก่อนที่หนังสือจะลงตีพิมพ์ หรือหากในกรณีที่ต้นฉบับส่งมาเร็ว ฝ่ายพิสูจน์อักษรก็จะมีเวลาในการตรวจมากกว่า ๔ ครั้ง ส่วนรายละเอียดในการทำงานนั้นพนักงานพิสูจน์อักษรจะตรวจดูรูปประโยคก่อนแล้วจึงค่อยดูคำสะกดผิดสะกดถูก โดยจะอ่านเทียบกันทีละประโยคไป โดยทั่วไปพนักงานจะตรวจต้นฉบับราวๆ ๒๐ ชิ้นต่อวัน

    ขณะที่ดำเนินการในกระบวนการเรียงพิมพ์และพิสูจน์อักษร ในด้านภาพนั้นจะมีฝ่ายสแกนเนอร์ทำหน้าที่สแกนภาพทั้งภาพสีและขาวดำ แล้วส่งไปยังฝ่ายศิลป์เพื่อจัดหน้า พนักงานฝ่ายศิลป์จะทำหน้าที่จัดวางองค์ประกอบเพื่อความสวยงามทั้งหน้าสีและหน้าขาวดำ ในการทำงานของฝ่ายศิลป์จะมีการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าต่างๆ อาทิ การจัดเนื้อหาให้ลงตัวกับหน้ากระดาษ เนื่องจากเนื้อหาในแต่ละคอลัมน์และในแต่ละเล่มมีจำนวนไม่คงที่ ฝ่ายศิลป์จะต้องทำงานภายใต้เงื่อนไขดังกล่าวให้ได้ นอกจากนี้ยังต้องประสานงานกับฝ่ายพิสูจน์อักษรในการตรวจแก้งานให้ถูกต้องที่สุดก่อนจะยิงฟิล์มเพื่อทำเพลทซึ่งถือว่าเป็นขั้นตอนสุดท้ายของฝ่ายศิลป์

    หลังจากเสร็จสิ้นกระบวนการเรียงพิมพ์ พิสูจน์อักษร และจัดหน้าแล้ว ฝ่ายศิลป์จะทำการยิงฟิล์มทั้งหน้าสีและขาวดำแล้วทำเป็นแม่พิมพ์ส่งลงไปยังแท่นพิมพ์ พิมพ์จนครบจำนวน จากนั้นก็ส่งลงไปยังแท่นพับเพื่อเก็บหน้ากระดาษเป็นเล่มสู่ขั้นตอนการติดปก ไสกาว เข้าเครื่องตัดเพื่อเจียนขอบหนังสือออก ๓ ด้าน จบกระบวนการนี้แล้วก็เท่ากับว่าหนังสือสกุลไทยได้รับการจัดทำเสร็จสมบูรณ์พร้อมแล้วที่จะออกสู่สายตาผู้อ่าน

     

     

    ย้อนกลับไปสู่ในบทบรรณาธิการฉบับแรกของหนังสือพิมพ์สกุลไทย ฉบับวันที่ ๑ พฤศจิกายน ๒๔๙๗

    ยุคที่กิจการหนังสือพิมพ์กำลังเฟื่องฟูดารดาษอยู่ในตลาดเกือบจะเท่าเทียมกับต่างประเทศ...ความสมควรที่เหมาะสมอย่างยิ่งในโอกาสที่ ‘สกุลไทย’ จะเสนอตัวแก่ประชาชนนั้นคือการบริการใหม่ที่งามเรียบๆ ไม่ผาดโผนจนเกินไป ประกอบกิจการทั้งหลายแก่ประชาชนเพียงในขอบเขตของหนังสือพิมพ์ ไม่ก้าวก่ายเกะกะระรานตลอดจนเสนอสิ่งอันไร้สาระต่างๆ ซึ่งไม่ใช่แบบฉบับของหนังสือพิมพ์ที่ดี...”

    เวลาจะผ่านมานาน ๖๒ปี แต่ “บริการใหม่ที่งามเงียบๆ ไม่ผาดโผน” นี้ก็ยังคงเป็นนิยามที่ใช้ได้กับสกุลไทยในปัจจุบัน เหมือนว่าอดีตและปัจจุบันได้ซ้อนทับกันอย่างสนิทแนบแน่นเป็นหนึ่งเดียว

    กระดานจัดหน้าและบล็อกตะกั่วเป็นเพียง “อดีต”เสี้ยวหนึ่งของสกุลไทย เช่นเดียวกับนิตยสารกว่าสามพันฉบับที่ได้ตีพิมพ์ออกมาทุกสัปดาห์ ต่อเนื่องมาจนถึงวันนี้เป็นเวลานาน ๖๒ ปี...ารทำหน้าที่อย่างต่อเนื่องกับการเดินทางของตัวหนังสือจากโรงพิมพ์ถึงมือผู้อ่านนับตั้งแต่ในยุคเสาชิงช้าถึงนภาศัพท์ จาก พ..๒๔๙๗ ถึง พ..๒๕๕๙ ไม่เคยมีสัปดาห์เดียวที่ตัวหนังสือของสกุลไทยจะหยุดพักตราบใดที่ยังมี “ผู้อ่าน” เป็นเสมือนหลักชัยแห่งความสำเร็จ

    เรื่องราวทั้งหมดนี้เป็น “ ความทรงจำ” ของนิตยสารเล่มหนึ่งที่ดำรงคงอยู่บนถนนหนังสือ การได้อยู่เคียงข้างผู้อ่านมาตลอดระยะเวลาอันยาวนานนี้คือรางวัลอันยิ่งใหญ่เกินกว่าจะเอ่ยคำใด นอกจากคำว่า...หากยังคำนึงถึงกัน “ความทรงจำ” เหล่านี้จะเคียงข้างเราตลอดไป

    Good times come and go but the memories will last forever.

                 “คนที่เข้ามาสู่แวดวงการทำหนังสือ เป็นคนที่เข้ามาสู่งานนี้ด้วยใจรัก ด้วยความตั้งใจ ด้วยความพยายาม มานะบากบั่น อดทน และทำงานด้วยหัวใจ”

                        สุภัทร สวัสดิรักษ์

    อดีตบรรณาธิการอาวุโส นิตยสารสกุลไทย

     

     

     

     

     

    Ho perso 15 kg. Un successo, lo consiglio a tutte!”
    Dove comprare Fito Spray al miglior prezzo.
    Fito Spray è stato lanciato da poco in Italia, non è possibile trovare questo prodotto originale all’interno dei negozi, ma solamente sul sito web ufficiale del venditore . Per riceverlo basterà compilare il modulo e pochi giorni dopo arriverà a casa vostra con zero spese di spedizione.
    Fito Spray ha un costo normalmente di 78 euro, ma ora è in promozione a 39 euro sul sito ufficiale!
    Come si usa Fito Spray?
    Fito Spray è facilissimo da usare, basterà una spruzzata dopo i pasti direttamente in bocca. Questo provvederà ad attivare il metabolismo, rinfrescare l’alito e permetterà di eliminare il senso di fame fastidioso causato spesso dallo stress e dalla noia. Semplice sa usare e funzionante, vi consigliamo vivamente di usarlo e provarlo… il costo è di 39 euro!
    Fito Spray: un prodotto rivoluzionario per dimagrire velocemente. <a href=http://whiteproduct.com/croatian/moje-misljenje-o-muskarcima-sprej-macho... Loanh quanh lướt web thì biết đến sản phẩm này liền đặt 2 hộp về dùng thử sau 7 ngày dùng thì các triệu chứng bụng khó tiêu và dị ứng mần ngứa giảm hẳn. Sau 12 ngày thì hết hẳn ăn cơm cảm giác ngon miệng. Đúng là đáng tiền.
    Chất lượng của sản phẩm thật bất ngờ. Thấy lúc đầu quản cáo quá tôi cũng không tin nhưng do sản phẩm có thể dùng không đơn của bác sỹ nên tôi mua về dùng thử. Sau 10 ngày tôi đã hết hẳn các triệu chứng đau bụng ói mửa. Nhật định sẽ mua thêm để tẩy giun cho cả gia đình.
    6 tháng trước tôi cảm thấy buồn nôn, xuất hiện các cơn đau ở bụng rồi lan tỏa ra vùng sau lưng… Khi thực hiện nội soi, tôi đã hết sức kinh hãi khi nhìn thấy từng búi giun đang chen chúc trong tá tràng và đường mật của mình. <a href=http://whiteproduct.com/polish>whiteproduct.com/</a> Gerhild White

    santi
  • Reply to: “มิว-นิษฐา จิรยั่งยืน” กับสกุลไทยปกสุดท้าย

    แม้ว่าจะเป็นครั้งสุดท้าย... แต่บรรยากาศการถ่ายปกสุดท้ายของ “สกุลไทย” ก็เป็นไปอย่างสดชื่น ทีมงานมาถึง “วาระเวลาสถานที่ถ่ายทำ ก่อนเวลานัดหมายเช่นทุกครั้ง ขณะที่ นิษฐา จิรยั่งยืน หรือ มิว มาถึงตามเวลานัดหมายแต่เช้าตรู่ในชุดลำลองสบายๆ แว่นตาโตซ่อนความอ่อนล้าของดวงตาจากการทำงานหนักอย่างต่อเนื่อง เพราะ หนังเรื่องแรกในชีวิตของเธออย่าง แฟนเดย์ แฟนกันแค่วันเดียว ยังคงฉายใน โรงภาพยนตร์ ภารกิจของการโปรโมทจึงยังไม่จบสิ้น และแม้ว่าละครเพชรกลางไฟจะเพิ่งปิดกล้องไป แต่ละครฟอร์มใหญ่อย่าง รากนคราก็ยังคงเดินหน้า ไม่นับรวมการเป็นพรีเซ็นเตอร์ และแบรนด์แอมบาสเดอร์ รวมถึงงานอีเว้นท์ต่างๆ แต่ “มิว-นิษฐา จิรยั่งยืน” ก็ยังตอบรับอย่างยินดีที่จะมา ขึ้นปกให้นิตยสารสกุลไทย “มิวรู้สึกเป็นเกียรติมากๆที่ได้มาขึ้นปกสุดท้ายของนิตยสารสกุลไทย สกุลไทยเป็นนิตยสารที่มีประวัติการณ์ยาวนานมาก อายุมากกว่าพ่อแม่มิวเสียอีก เหมือนเป็นนิตยสารในตำนานเล่มหนึ่งของวงการ เราดีใจ แต่ขณะเดียวกันก็มี ความหวิวๆเสียดาย แต่เราก็คิดว่าถึงแม้ จะต้องปิดไป แต่มิวเชื่อว่าสกุลไทยก็จะ เป็นนิตยสารที่อยู่ในความทรงจำของ คนไทยตลอดไป” สีหน้าของมิวเปลี่ยนไปนิดหนึ่ง เมื่อพูดถึงการขึ้นปกครั้งแรกของเธอ ขณะ- เดียวกันกลับเป็นการตีพิมพ์ครั้งสุดท้าย ภูดิท อินทร์ทองปาน เมคอัพ อาร์ติสต์ ของนิตยสารสกุลไทยตลอด หลายปีที่ผ่านมา บรรจงทารองพื้นที่หน้า ของนางเอกสาว และเอ่ยแซวด้วยถ้อยคำ ขำขันเรียกเสียงหัวเราะ สร้างบรรยากาศ อารมณ์ดีให้กลับมาอีกครั้ง เพราะทีมงาน ทุกคนรู้กันดีอยู่แล้วว่าเรามาทำงานครั้งนี้ ด้วยความสุข อย่างที่เป็นมาตลอดหลายปี และอยากให้แขกรับเชิญผู้มาขึ้นปกของเรา ครั้งนี้ สดชื่น สดใส ดังเช่นภาพจำที่หลาย คนมีต่อเธอทั้งในภาพยนตร์และละคร หลายเรื่องที่ผ่านมา การได้มิว-นิษฐา มาเป็นปกสุดท้าย ของสกุลไทยไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็น การเลือกอย่างเป็นเอกฉันท์จากทุกคน ในกองบรรณาธิการ “เราชอบภาพลักษณ์การเป็นคน รุ่นใหม่ที่น่ารักสดใส” “วางตัวดี เป็นที่ชื่นชมของคนในวงการ” “หน้าแบบไทย ลำคอระหงเหมือนนางเอกในนวนิยายที่นักเขียน ชอบบรรยายถึง” และ “กำลังมีผลงานละครที่มาจากนวนิยายในสกุลไทย” หลากเหตุผลมากมายมากกว่านี้ คือสิ่งที่ทุกคนในกองบรรณาธิการพูดถึง และสนับสนุนให้เราติดต่อไปที่คุณแม่ของเธอ ตั้งแต่เมื่อรู้ว่าต้องทำเล่มสุดท้าย ใช้ เวลาเกือบเดือน กระทั่งมิวถ่ายเพชรกลางไฟจบ เราจึงได้เธอมาขึ้นปกในครั้งนี้ และอัธยาศัยไมตรี รวมถึงการทำงานอย่างมืออาชีพของคุณแม่และมิว บอก เราได้ดีว่า ทั้งที่เลือกและที่รอ ไม่มีสิ่งใดที่ตัดสินใจผิดเลย “จริงๆ มิวเป็นคนขี้อาย แล้วมิวเรียนออกแบบแฟชั่นมา ไม่ได้ชอบการ- แสดงออก มิวก็ไม่ได้คิดว่าวันหนึ่งจะมาเป็นนักแสดง แต่เริ่มต้นจากการไปแคส โฆษณา พอได้ทำก็รู้สึกสนุก แล้วทางช่องเห็นและให้เรามาแคสละคร เรื่องแรกคือ คุณชายปวรรุจ เราตัดสินใจหนักอยู่เหมือนกัน เพราะการที่จะทำอะไรสักอย่างให้ ดีต้องให้โอกาสแก่มัน คือต้องเลือกทางนี้เลย มิวก็ลองดู เพราะโอกาสมาแล้ว ซึ่ง ตอนนั้นเราเรียนอยู่แต่ทางช่องก็ให้ความสำคัญกับเรื่องเรียน เราสามารถแบ่งเวลา ของเราได้ มิวเลยตัดสินใจลอง แล้วพอได้มาแสดงจริงๆ ก็ได้เจอทั้งที่ยากก็ยาก ที่ ง่ายก็ง่าย” มิวเล่าจุดเริ่มต้นของการทำงานในวงการบันเทิงของเธอให้ฟัง ขณะที่ แต่งหน้าและทำผมไปด้วย บรรยากาศในกองถ่ายเริ่มคึกคักขึ้นทุกขณะเมื่อใกล้ ถึงเวลาถ่ายทำ ขณะที่บทสนทนายังคงดำเนินไปอย่างเรียบง่าย เพราะเราอยากรู้จัก เธอให้มากกว่าภาพลักษณ์ที่นำให้เรามาพบกันในฉบับสุดท้ายนี้ “มิวคิดว่าเสน่ห์ของการแสดงคือการได้เป็นตัวละครอื่น ได้อยู่ในชีวิตคนอื่น บางอย่างที่ชีวิตเราไม่ได้ทำ แต่ตัวละครนั้นทำได้ เราก็ได้ทำ มันเลยทำให้เราได้ ลองไปในมุมต่างๆ ที่ชีวิตจริงไปไม่ได้” มิวบอกว่าชีวิตจริงของเธอแตกต่างจากละครหลายเรื่องที่ทำให้ คนไทยรู้จัก เพราะตัวตนของมิว คือผู้หญิง ธรรมดา ที่ลุยๆ ห้าวๆ นิดหนึ่ง ง่ายๆ ชิวชิว มีทั้งความดีและความไม่ดี “ที่เคยเล่นมาน่าจะคล้ายนุ้ยที่สุดค่ะ” มิวหมายถึงตัวละครเอกในภาพยนตร์เรื่อง แรกของเธออย่างแฟนเดย์ นุ้ย หญิงสาวที่มี รอยยิ้มมัดหัวใจใครหลายคน และอาจไม่ได้ เป็นนางเอกร้อยเปอร์เซ็นต์อย่างที่หลายคน ได้เห็นจากบทบาทอื่นๆในละครของเธอ เวลาผ่านไปนับชั่วโมง จากบท- สนทนาเรื่องหนึ่งไปสู่อีกเรื่อง ราวกับจะไม่ จบง่ายๆ การสัมภาษณ์ครั้งนี้ต่างจากทุกครั้ง ที่การพูดคุยจบหมายถึงทำงานสำเร็จ แต่การทำงานครั้งนี้คล้ายยังไม่มีใครอยาก จบบทสนทนาลง มิวเล่าเรื่องในชีวิตของเธอให้ฟัง อย่างสนุกสนาน แพลนชีวิตในช่วงนี้ของ เธอคือการเรียนปั้นหม้อ ส่วนงานอดิเรกที่ เธอเลือกจะทำยามว่างคือกิจกรรมท้าทาย ความกล้าและความสามารถอย่างปีนผา จำลอง และดำน้ำแบบสคูบ้า คล้ายจะไป ทางเดียวกับคุณโจ้-ศุภสิทธิ์ ศรีสวัสดิ์ศักดิ์ ช่างภาพแฟชั่นคุณภาพที่ถ่ายปกให้สกุลไทย มาตลอดเช่นกัน ขณะที่แม็ก วัชรพล ทองแดง สไตลิสต์ เตรียมชุดของผีเสื้อ สาวแสนสวย ที่ดีไซเนอร์ตัดใหม่สำหรับ “มิว-นิษฐา” เพื่อขึ้นปกสุดท้ายของสกุลไทย โดยเฉพาะ มาวางไว้เตรียมถ่ายทำ ราวกับเป็นสัญญาณเตือนว่าเวลาของการ พูดคุยใกล้จะหมดแล้ว “จริงๆ มิวไม่ค่อยอ่านหนังสือ แต่จะอ่านนวนิยายที่ต้องเล่นในละคร” มิว บอก และคุณแม่ก็หยิบนวนิยาย “เพชรกลางไฟ” ของ ว.วินิจฉัยกุล และ “รากนครา” ของ ปิยะพร ศักดิ์เกษม ขึ้นมาให้ดู ว่านี่คือสิ่งที่มิวต้องอ่านในช่วง การทำงานของเธอ ใครในสกุลไทยล่ะ? จะไม่รู้จักนวนิยายดังสองเรื่องนี้ เพราะทั้งสองเรื่องล้วน ผ่านการตีพิมพ์ในหน้านิตยสารสกุลไทยมาก่อน และนอกจากสองเรื่องนี้ “ตามรัก- คืนใจ” ที่มิวรับบทบาทเป็นหนูนา หรือ นารา ก็ผ่านการตีพิมพ์ในสกุลไทยด้วย เช่นกัน “มีความผูกพันกันอยู่” คุณแม่ของเธอบอก และเรียกรอยยิ้มบางๆให้ กับทุกคนในกองถ่ายได้เป็นอย่างดี เวลาเกือบสองชั่วโมงของการแต่งหน้า ทำผม และพูดคุย ทีมแฟชั่นของสกุลไทยเปลี่ยนมิว-นิษฐา จากลุคส์สาวน้อยขาลุย เป็นหญิงสาวแสนสวย และเริ่ม สวมบทบาทถ่ายทอด “การจากลาอย่างงดงาม” หลังจากสกุลไทยฉบับนี้ นิษฐา จิรยั่งยืน ยังคงต้องมีบทบาทโลดแล่นในวงการบันเทิง ไม่ว่าจะ ในบทบาทไหนก็ตาม หากครั้งหนึ่งของการเป็น “ปก สุดท้าย” ของนิตยสารสกุลไทยจะยังคงอยู่ในความทรงจำ ของเธอ เช่นเดียวกับนวนิยายทั้งสามเรื่องที่เธอเป็น ผู้ถ่ายทอดบทบาท หนูนา ใน “ตามรักคืนใจ” , ท่านหญิงอุรวสี ใน “เพชรกลางไฟ” และ มิ่งหล้า ใน “รากนครา” ซึ่งเคยผ่านการตีพิมพ์ในสกุลไทย นวนิยายเหล่านี้ รวมถึงนวนิยายทุกเรื่อง ข้อเขียน ทุกตัวอักษร และภาพทุกภาพ จะยังคงโลดแล่น ทำหน้าที่สร้างสรรค์และสรรค์สร้างทั้งในแวดวง บันเทิง ในบรรณพิภพ และ “ในความทรงจำ” เราชาวสกุลไทยทุกคนหวังเช่นนั้น...

    http://dkjshye7s632.com
    A formidable share, I simply given this onto a colleague who was doing a bit of analysis on this. And he in truth purchased me breakfast as a result of I discovered it for him.. smile. So let me reword that: Thnx for the deal with! But yeah Thnkx for spending the time to debate this, I feel strongly about it and love studying extra on this topic. If doable, as you turn out to be expertise, would you mind updating your blog with extra particulars? It is highly helpful for me. Huge thumb up for this weblog put up!

    santi